วิธีเลือกระดับสอบวัดความรู้ภาษาจีนระบบใหม่ให้เหมาะกับตัวเองจากประสบการณ์ตรง


     สวัสดีครับทุกคน กลับมาพบกับแต้มจากบล็อกแต้มเองอีกครั้งนะครับ วันนี้ผมมีเรื่องสำคัญที่คนเรียนภาษาจีนทุกคนต้องเจอมาเล่าให้ฟังครับ นั่นคือการเปลี่ยนแปลงของระบบสอบวัดระดับภาษาจีนที่หลายคนกำลังกังวลและสับสนอยู่ตอนนี้ครับ


     ช่วงที่ผ่านมามีนักศึกษาและคนที่ติดตามผลงานหนังสือเตรียมสอบของผมเข้ามาถามกันเยอะมากครับ ว่าระบบใหม่ที่แบ่งย่อยออกไปมากมายนี้ เราควรจะเริ่มต้นตรงไหนหรือตั้งเป้าหมายอย่างไรให้เหมาะสมกับความสามารถของตัวเองดีครับ


     ผมเข้าใจความสับสนนี้เป็นอย่างดีครับ เพราะตอนที่ผมเรียนปริญญาโทด้านการกำกับภาพยนตร์และโทรทัศน์อยู่ที่มหาวิทยาลัยเฉิงตู ระบบเดิมยังเป็นที่นิยมอยู่เลยครับ บรรยากาศตอนนั้นคือทุกคนมุ่งหน้าท่องศัพท์เพื่อพิชิตระดับสูงกันอย่างเอาเป็นเอาตายเลยครับ พอระบบเปลี่ยนไปเป็น 3 ขั้น 9 ระดับ ผมที่ตอนนี้กลับมาเป็นอาจารย์และพัฒนากระดานคำศัพท์รวมถึงหนังสือไวยากรณ์ภาษาจีน ก็ต้องมานั่งศึกษาโครงสร้างใหม่อย่างละเอียดครับ และพบว่ามันมีความท้าทายเพิ่มขึ้นมากทีเดียวครับ


     โดยวันนี้แต้มขอนำเสนอ เครื่องมือที่จะมาช่วยทดสอบเพื่อนๆ ดูว่า เราจะต้องไปเจาะกันที่จุดไหน เริ่มที่ระดับไหนกัน พร้อมทั้งเทคนิคในการเลือกระดับกันครับ (ถ้าเล่นหน้าเว็บนี้ไม่ได้ ให้เข้าไปเล่นที่ - https://chinese.tamkungstory.com/source/hsk-finding)


วิธีประเมินตัวเองเบื้องต้นก่อนลงสนามสอบจริง

     อย่างแรกเลยคือเราต้องรู้เป้าหมายที่แท้จริงของตัวเองก่อนครับ ว่าเราสอบไปเพื่ออะไร เพราะเป้าหมายที่ต่างกันจะกำหนดทิศทางและระดับความเข้มข้นในการเตรียมตัวที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยครับ


     ถ้าคุณต้องการนำผลสอบไปยื่นขอทุนเรียนต่อในระดับปริญญาตรีหรือปริญญาโทที่ประเทศจีน คุณอาจจะต้องมองข้ามระดับพื้นฐานไปเลยครับ และต้องตั้งเป้าไปที่ระดับกลางตอนปลายหรือระดับสูงเพื่อเพิ่มโอกาสการแข่งขันครับ


     จากประสบการณ์ของผมที่ต้องใช้ภาษาจีนในเชิงวิชาการอย่างหนักหน่วงในห้องเรียนที่เฉิงตู การมีแค่ทักษะสื่อสารทั่วไปไม่เพียงพอครับ คุณต้องเข้าใจบริบทลึกซึ้งและคำศัพท์เฉพาะทางในสายเรียนนั้นให้ได้ด้วยครับ


     หรือถ้าเป้าหมายของคุณคือการทำงานสายแปลภาษาอย่างที่ผมทำอยู่เป็นประจำที่จันทบุรี คุณยิ่งต้องมีฐานที่แน่นมากครับ เพราะเวลาเจรจาธุรกิจหรือดูแลนักศึกษาต่างชาติ ความแม่นยำของไวยากรณ์คือความน่าเชื่อถือในการทำงานครับ

เจาะลึกกลุ่มระดับต้นหรือขั้นพื้นฐานสำหรับผู้เริ่มต้น

     ในระบบใหม่นี้จะมีการรวบรวมระดับ 1 ถึง 3 เข้าไว้เป็นกลุ่มพื้นฐานครับ สำหรับกลุ่มนี้ผมอยากให้ทุกคนลบภาพจำเดิมทิ้งไปก่อนครับ เพราะจำนวนคำศัพท์ที่คุณต้องรู้มันเพิ่มขึ้นจากระบบเดิมหลายเท่าตัวเลยทีเดียวครับ


     สมัยก่อนตอนที่ผมเริ่มเรียนภาษาจีนใหม่ๆ การสอบระดับต้นนั้นเน้นแค่การสื่อสารในชีวิตประจำวันแบบง่ายๆ ครับ แต่เดี๋ยวนี้คุณต้องรู้จักโครงสร้างประโยคที่ซับซ้อนขึ้น และต้องเริ่มเขียนตัวอักษรจีนให้ถูกต้องตามหลักการขีดด้วยครับ


     ตอนที่ผมออกแบบเอกสารการสอนขนาดกระดาษเอสี่ให้เด็กๆ ผมมักจะใช้ภาพวาดสไตล์การ์ตูนญี่ปุ่นลายเส้นหนามาประกอบครับ เพราะเนื้อหาไวยากรณ์ใหม่มันค่อนข้างหนัก การมีภาพประกอบน่ารักจะช่วยให้สมองจดจำได้ดีขึ้นครับ


     ถ้าคุณเป็นนักเรียนที่เพิ่งเริ่มเรียน หรือต้องการทดสอบความก้าวหน้าของตัวเองหลังจากการเรียนในระยะเวลาหนึ่ง กลุ่มระดับต้นนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการตรวจสอบฐานรากของคุณครับ ว่าแน่นพอที่จะต่อยอดไปสู่ระดับที่สูงขึ้นหรือไม่ครับ

ก้าวสู่กลุ่มระดับกลางเพื่อการต่อยอดทางวิชาการและการทำงาน

     เมื่อคุณตัดสินใจก้าวเข้าสู่กลุ่มระดับกลางตั้งแต่ระดับ 4 ถึง 6 ความเข้มข้นของเนื้อหาจะก้าวกระโดดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ ระดับนี้คือมาตรฐานใหม่สำหรับคนที่ต้องการไปเรียนต่อหรือทำงานที่ต้องใช้ภาษาจีนอย่างเป็นทางการครับ


     ตอนที่ผมทำหนังสือเตรียมสอบสำหรับระดับนี้ ผมต้องคัดกรองเนื้อหาที่ลึกซึ้งขึ้นมากครับ เพราะข้อสอบจะเริ่มนำบทความทางวิชาการ ข่าวสังคม หรือแม้กระทั่งบทวิเคราะห์เชิงเศรษฐกิจเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบททดสอบทักษะการอ่านครับ


     ข้อที่ 1 สำหรับการเตรียมตัวในระดับนี้คือ คุณต้องเริ่มฝึกฝนทักษะการแปลและการจับใจความในเวลาที่จำกัดครับ เพราะเวลาในห้องสอบนั้นเดินเร็วมาก และความกดดันอาจทำให้เราพลาดในจุดเล็กน้อยได้ครับ


     ใครที่ตั้งเป้าหมายในกลุ่มระดับกลางนี้ ผมขอแนะนำให้อ่านหนังสือพิมพ์ภาษาจีนหรือฟังข่าวภาษาจีนบ่อยๆ ครับ พยายามสังเกตวิธีการใช้คำเชื่อมและคำสันธานต่างๆ เพราะสิ่งเหล่านี้คือจุดชี้วัดว่าคุณเข้าใจรูปประโยคอย่างแท้จริงหรือไม่ครับ

ความท้าทายสูงสุดกับกลุ่มระดับสูงสำหรับผู้เชี่ยวชาญ

     สำหรับกลุ่มระดับ 7 ถึง 9 นั้นถือเป็นเรื่องใหม่ที่ท้าทายมากครับ กลุ่มนี้ถูกออกแบบมาสำหรับคนที่ต้องการความเป็นเลิศทางภาษาจีนอย่างแท้จริง เช่น นักวิชาการ นักวิจัย หรือผู้เชี่ยวชาญระดับสูงที่ต้องใช้ภาษาในการเขียนตำราครับ


     ภาษาที่ใช้ในข้อสอบระดับนี้จะมีความสละสลวยและซับซ้อนมากครับ มีการใช้สำนวน สุภาษิต และคำศัพท์โบราณที่คนจีนทั่วไปอาจจะไม่ได้ใช้ในชีวิตประจำวันบ่อยนักครับ เป็นความท้าทายที่คนทำสื่อการสอนต้องทำการบ้านอย่างหนักเลยครับ


     อย่างตอนที่ผมต้องทำหน้าที่เป็นอาจารย์ผู้ประสานงานและล่ามในงานวิชาการที่มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี ผมพบว่าคำศัพท์หลายคำที่ใช้ในงานจริง เป็นคำที่ปรากฏอยู่ในกลุ่มระดับสูงของข้อสอบระบบใหม่นี้ทั้งสิ้นครับ


     แม้ว่าในปัจจุบันหลายมหาวิทยาลัยและองค์กรอาจจะยังไม่ได้บังคับใช้ระดับนี้เป็นเกณฑ์หลัก แต่ถ้าคุณสามารถพิชิตระดับเหล่านี้ได้ มันจะเป็นเครื่องการันตีความสามารถของคุณได้อย่างยอดเยี่ยมและสร้างความโดดเด่นในสายอาชีพครับ


เทคนิคการประเมินความสามารถเพื่อตัดสินใจสมัครสอบ

     ก่อนที่จะตัดสินใจจ่ายค่าธรรมเนียมการสอบ ผมแนะนำให้ลองหาแบบทดสอบเก่ามาลองทำดูก่อนครับ วิธีนี้เป็นวิธีที่ผมมักจะแนะนำเสมอเพื่อดูจุดอ่อนจุดแข็งของตัวเองก่อนลงสนามจริงครับ


     ข้อที่ 2 คือการลองประเมินทักษะการอ่านของตัวเองครับ ลองอ่านบทความภาษาจีนโดยไม่ใช้ตัวช่วย ถ้ารู้สึกว่าสามารถจับใจความสำคัญได้เกินครึ่งโดยไม่ต้องเปิดพจนานุกรมบ่อยๆ แสดงว่าคุณพร้อมสำหรับการขยับไปสู่ระดับที่ท้าทายขึ้นแล้วครับ


     ข้อที่ 3 คือการสร้างความคุ้นเคยกับเสียงและสำเนียงครับ ลองเปลี่ยนภาษาในโทรศัพท์มือถือเป็นภาษาจีน หรือเลือกฟังพอดแคสต์ภาษาจีนระหว่างเดินทางไปทำงาน วิธีนี้ช่วยให้หูเราชินและพร้อมสำหรับการสอบพาร์ทการฟังครับ


     การเลือกระดับสอบที่เหมาะสมคือการหาจุดสมดุลระหว่างความท้าทายและความสามารถปัจจุบันครับ อย่ากดดันตัวเองมากเกินไปจนท้อแท้ และอย่าเลือกที่ง่ายเกินไปจนไม่ได้พัฒนาศักยภาพของตัวเองครับ


     ผมเชื่อว่าถ้าทุกคนประเมินตัวเองอย่างซื่อสัตย์และวางแผนการเตรียมตัวมาอย่างดี ไม่ว่าข้อสอบจะเปลี่ยนระบบไปลึกซึ้งแค่ไหน ทุกคนก็จะสามารถคว้าคะแนนที่ต้องการมาได้อย่างแน่นอนครับ เป็นกำลังใจให้ทุกคนเสมอนะครับ

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น