Home Chinese แจกฟรี Flashcard ออนไลน์ ฝึก HSK1 ระบบ 3.0 คำศัพท์ 500 คำ พร้อมวิธีจำและวิธีใช้ให้ได้ผลจริง โดย TamKung Story เรื่องของแต้ม พฤษภาคม 03, 2569 เริ่มต้นจากความสับสนของผมเอง ก่อนจะเจอวิธีที่ใช่ ตอนที่ผมเริ่มหัดเรียนภาษาจีนใหม่ ๆ สิ่งที่กวนใจผมมากที่สุดไม่ใช่เรื่องเสียงวรรณยุกต์ และไม่ใช่เรื่องการเขียนตัวอักษร แต่เป็นเรื่องของคำศัพท์ครับ เพราะมันเยอะมาก และยิ่งพอทราบว่า HSK1 ระบบ 3.0 ที่ใหม่นั้นใช้คำศัพท์ถึง 500 คำ ซึ่งมากกว่าระบบเก่าเกือบเท่าตัว ผมก็ยิ่งรู้สึกหนักใจขึ้นไปอีกจากประสบการณ์ที่ผมลองผิดลองถูกมาหลายวิธี ทั้งจดสมุด ทั้งท่องซ้ำ ทั้งอัดเสียงตัวเองแล้วฟัง สุดท้ายสิ่งที่ได้ผลจริงและผมใช้มาตลอดจนถึงทุกวันนี้คือ Flashcard ออนไลน์ครับ และวันนี้ผมอยากแชร์ทั้ง Flashcard ที่แจกฟรี พร้อมวิธีใช้และวิธีจำที่ผมทำเองจริง ๆ มาให้ครบในบทความเดียวเลยHSK1 ระบบ 3.0 ต่างจากเดิมอย่างไร และทำไมถึงสำคัญมากก่อนจะพูดถึงตัว Flashcard ผมอยากอธิบายบริบทนิดหนึ่งก่อนครับ เพราะคนที่เพิ่งเริ่มศึกษาหลายคนยังไม่รู้ว่า HSK ที่เราคุ้นเคยกันนั้นมีการปรับระบบใหม่ไปแล้วHSK ระบบเก่าที่หลายคนเคยสอบนั้น ระดับ 1 มีคำศัพท์เพียง 150 คำ แต่ในระบบ 3.0 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ระดับ 1 ถูกยกระดับขึ้นมาเป็น 500 คำครับ ซึ่งนั่นหมายความว่าถ้าใครยังใช้หนังสือหรือสื่อการสอนจากระบบเก่าอยู่ ก็อาจเตรียมตัวได้ไม่ครบถ้วนเท่าที่ควรคำศัพท์ 500 คำในระบบ 3.0 นั้นถูกคัดมาอย่างดีครับ เป็นคำที่ใช้ในชีวิตประจำวันจริง ๆ ทั้งการทักทาย การบอกเวลา การพูดถึงครอบครัว การสั่งอาหาร และการสื่อสารพื้นฐานอื่น ๆ ซึ่งถ้าจำได้ครบทั้ง 500 คำนี้ การสื่อสารภาษาจีนเบื้องต้นก็จะไหลลื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัดFlashcard ออนไลน์ที่แจกฟรีนี้มีอะไรบ้างFlashcard ชุดนี้ที่ผมทำและแจกฟรีนั้นครอบคลุมคำศัพท์ HSK1 ระบบ 3.0 ครบทั้ง 500 คำครับ โดยในแต่ละการ์ดจะประกอบด้วยตัวอักษรจีน คำอ่านพินอิน ความหมายภาษาไทย และในหลายการ์ดผมยังเพิ่มตัวอย่างประโยคสั้น ๆ ที่ใช้บ่อยจริง ๆ ไว้ด้วยสิ่งที่ผมตั้งใจทำมากที่สุดตอนออกแบบชุดนี้คือการแปลความหมายเป็นภาษาไทยที่เข้าใจง่ายครับ ไม่ใช่แค่แปลตรงตัว แต่เป็นคำที่ผมใช้จริงในการจดจำและทำให้จำได้เร็วขึ้น เช่น คำที่ฟังแล้วคล้ายกับภาษาไทยหรือมีเสียงใกล้เคียงกัน ผมจะระบุเอาไว้ด้วยเสมอ เพราะมันช่วยได้มากจริง ๆวิธีใช้ Flashcard ให้ได้ผลจริง ไม่ใช่แค่พลิกดูแล้วลืมนี่คือส่วนที่ผมคิดว่าสำคัญที่สุดในบทความนี้ครับ เพราะ Flashcard จะมีประโยชน์จริงก็ต่อเมื่อใช้อย่างถูกวิธีเท่านั้นวิธีที่ผมใช้และได้ผลดีมาตลอดคือการใช้หลักการที่เรียกว่า Spaced Repetition ครับ ซึ่งก็คือการทบทวนซ้ำในช่วงเวลาที่ห่างออกไปเรื่อย ๆ ตามระดับความแม่นของแต่ละคำ คำไหนที่ยังจำไม่แม่นก็จะโผล่มาให้ทบทวนบ่อยกว่า คำไหนที่จำได้ดีแล้วก็จะเว้นระยะออกไป ซึ่งวิธีนี้ช่วยประหยัดเวลาได้มากและทำให้จำอยู่ได้นานกว่าการท่องซ้ำในคืนเดียวผมแนะนำให้ใช้วันละ 15 ถึง 20 นาทีต่อวันครับ อย่า욕욕ทำให้เสร็จในคราวเดียว เพราะสมองคนเราจะซึมซับภาษาได้ดีกว่าถ้าได้รับข้อมูลในปริมาณน้อยแต่สม่ำเสมอ ผมเองตอนที่เรียนอยู่ที่จีน ผมจะนั่งทบทวน Flashcard ตอนเช้าก่อนออกไปเรียนทุกวันครับ แค่ 15 นาทีแต่ทำต่อเนื่อง สะสมไปเรื่อย ๆ จนรู้สึกได้เองว่าคำศัพท์มันติดหัวโดยที่ไม่ต้องฝืนจำวิธีจำคำศัพท์จีนให้ติดทน เทคนิคที่ผมใช้เองจริง ๆจับเสียงให้ได้ก่อน แล้วความหมายจะตามมาเองสิ่งแรกที่ผมจะทำกับคำศัพท์ใหม่ทุกคำคือออกเสียงดัง ๆ ก่อนเสมอครับ ไม่ใช่แค่อ่านในใจ เพราะภาษาจีนนั้นเสียงสำคัญมาก วรรณยุกต์ที่ต่างกันหมายถึงคนละความหมาย ดังนั้นการออกเสียงซ้ำหลาย ๆ ครั้งจะช่วยให้สมองจำทั้งรูปและเสียงไปพร้อมกันถ้าใครเรียนในห้องหรือในที่สาธารณะแล้วไม่สะดวกออกเสียงดัง ผมแนะนำให้กระซิบพออ่านได้ยินก็พอครับ ดีกว่าอ่านในใจอย่างเดียวแน่นอนสร้างภาพในหัวให้กับทุกคำเทคนิคที่ผมใช้เสมอเวลาเจอคำที่จำยากคือการสร้างภาพหรือเรื่องราวเล็ก ๆ ขึ้นในหัวครับ ตัวอย่างเช่น คำว่า 苹果 ที่แปลว่าแอปเปิ้ล ผมจะนึกถึงโลโก้แอปเปิ้ลของ Apple ที่ทุกคนรู้จัก ซึ่งทำให้จำได้ทันทีโดยไม่ต้องพยายามวิธีนี้อาจดูเหมือนเสียเวลาตอนแรก แต่พอทำบ่อย ๆ เข้า สมองก็จะเริ่มสร้างภาพโดยอัตโนมัติและทำได้เร็วขึ้นเรื่อย ๆ ครับจับคู่คำที่มีความสัมพันธ์กันแทนที่จะจำทีละคำแบบแยกกัน ผมชอบจับคู่คำที่มีความสัมพันธ์กันไว้ด้วยกันครับ เช่น จำคำว่าพ่อและแม่ไปพร้อมกัน จำคำว่าน้ำและกินไปด้วยกัน หรือจำคำที่ตรงข้ามกันเป็นคู่ การจำแบบนี้ช่วยให้สมองเชื่อมโยงข้อมูลได้ง่ายกว่ามาก และยังช่วยให้นำคำไปใช้ในประโยคได้เร็วขึ้นด้วยเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยสิ่งหนึ่งที่ผมค้นพบจากการเรียนที่จีนและจากการสอนคนอื่น ๆ ด้วยก็คือ ผู้เรียนภาษาจีนชาวไทยมักมีข้อได้เปรียบที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงครับ นั่นคือคำยืมภาษาจีนในภาษาไทยที่เราใช้กันในชีวิตประจำวันอยู่แล้วนั้นมีเยอะมาก เช่น คำว่าเต้าหู้ กวยเตี๋ยว บะหมี่ หรือแม้แต่คำว่าง่วง ซึ่งล้วนมีรากมาจากภาษาจีนทั้งนั้น ดังนั้นถ้าเราตั้งใจสังเกต จะพบว่าหลายคำในชุด HSK1 นั้นฟังแล้วคุ้นหูโดยไม่รู้ตัวครับอีกสิ่งที่ผมอยากฝากไว้คือเรื่องของความสม่ำเสมอครับ จากที่ผมเห็นมา คนที่เรียนได้ดีไม่ใช่คนที่เก่งที่สุด แต่เป็นคนที่ทำทุกวันโดยไม่ขาด แม้วันนั้นจะง่วงหรือไม่อยากเรียนก็ตาม แค่เปิด Flashcard ดู 10 ใบก่อนนอนก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลยครับทดลองใช้ Flashcard ฟรีได้เลย ไม่มีเงื่อนไขFlashcard ชุดนี้ผมแจกฟรีครับ ไม่ต้องสมัครสมาชิก ไม่ต้องจ่ายเงิน เพราะผมทำขึ้นมาจากความตั้งใจที่อยากให้คนไทยที่สนใจภาษาจีนได้มีสื่อการเรียนรู้ที่ดีโดยไม่มีอุปสรรคเรื่องค่าใช้จ่ายเข้าไปใช้งานได้ที่ -> HSK 1 Flashcard 3.0 URL Copied ใช้ร่วมกัน รับลิงก์ Facebook X Pinterest อีเมล แอปอื่นๆ แสดงความคิดเห็น ความคิดเห็น
เริ่มต้นจากความสับสนของผมเอง ก่อนจะเจอวิธีที่ใช่ ตอนที่ผมเริ่มหัดเรียนภาษาจีนใหม่ ๆ สิ่งที่กวนใจผมมากที่สุดไม่ใช่เรื่องเสียงวรรณยุกต์ และไม่ใช่เรื่องการเขียนตัวอักษร แต่เป็นเรื่องของคำศัพท์ครับ เพราะมันเยอะมาก และยิ่งพอทราบว่า HSK1 ระบบ 3.0 ที่ใหม่นั้นใช้คำศัพท์ถึง 500 คำ ซึ่งมากกว่าระบบเก่าเกือบเท่าตัว ผมก็ยิ่งรู้สึกหนักใจขึ้นไปอีก
จากประสบการณ์ที่ผมลองผิดลองถูกมาหลายวิธี ทั้งจดสมุด ทั้งท่องซ้ำ ทั้งอัดเสียงตัวเองแล้วฟัง สุดท้ายสิ่งที่ได้ผลจริงและผมใช้มาตลอดจนถึงทุกวันนี้คือ Flashcard ออนไลน์ครับ และวันนี้ผมอยากแชร์ทั้ง Flashcard ที่แจกฟรี พร้อมวิธีใช้และวิธีจำที่ผมทำเองจริง ๆ มาให้ครบในบทความเดียวเลย
HSK1 ระบบ 3.0 ต่างจากเดิมอย่างไร และทำไมถึงสำคัญมาก
ก่อนจะพูดถึงตัว Flashcard ผมอยากอธิบายบริบทนิดหนึ่งก่อนครับ เพราะคนที่เพิ่งเริ่มศึกษาหลายคนยังไม่รู้ว่า HSK ที่เราคุ้นเคยกันนั้นมีการปรับระบบใหม่ไปแล้ว
HSK ระบบเก่าที่หลายคนเคยสอบนั้น ระดับ 1 มีคำศัพท์เพียง 150 คำ แต่ในระบบ 3.0 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ระดับ 1 ถูกยกระดับขึ้นมาเป็น 500 คำครับ ซึ่งนั่นหมายความว่าถ้าใครยังใช้หนังสือหรือสื่อการสอนจากระบบเก่าอยู่ ก็อาจเตรียมตัวได้ไม่ครบถ้วนเท่าที่ควร
คำศัพท์ 500 คำในระบบ 3.0 นั้นถูกคัดมาอย่างดีครับ เป็นคำที่ใช้ในชีวิตประจำวันจริง ๆ ทั้งการทักทาย การบอกเวลา การพูดถึงครอบครัว การสั่งอาหาร และการสื่อสารพื้นฐานอื่น ๆ ซึ่งถ้าจำได้ครบทั้ง 500 คำนี้ การสื่อสารภาษาจีนเบื้องต้นก็จะไหลลื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
Flashcard ออนไลน์ที่แจกฟรีนี้มีอะไรบ้าง
Flashcard ชุดนี้ที่ผมทำและแจกฟรีนั้นครอบคลุมคำศัพท์ HSK1 ระบบ 3.0 ครบทั้ง 500 คำครับ โดยในแต่ละการ์ดจะประกอบด้วยตัวอักษรจีน คำอ่านพินอิน ความหมายภาษาไทย และในหลายการ์ดผมยังเพิ่มตัวอย่างประโยคสั้น ๆ ที่ใช้บ่อยจริง ๆ ไว้ด้วย
สิ่งที่ผมตั้งใจทำมากที่สุดตอนออกแบบชุดนี้คือการแปลความหมายเป็นภาษาไทยที่เข้าใจง่ายครับ ไม่ใช่แค่แปลตรงตัว แต่เป็นคำที่ผมใช้จริงในการจดจำและทำให้จำได้เร็วขึ้น เช่น คำที่ฟังแล้วคล้ายกับภาษาไทยหรือมีเสียงใกล้เคียงกัน ผมจะระบุเอาไว้ด้วยเสมอ เพราะมันช่วยได้มากจริง ๆ
วิธีใช้ Flashcard ให้ได้ผลจริง ไม่ใช่แค่พลิกดูแล้วลืม
นี่คือส่วนที่ผมคิดว่าสำคัญที่สุดในบทความนี้ครับ เพราะ Flashcard จะมีประโยชน์จริงก็ต่อเมื่อใช้อย่างถูกวิธีเท่านั้น
วิธีที่ผมใช้และได้ผลดีมาตลอดคือการใช้หลักการที่เรียกว่า Spaced Repetition ครับ ซึ่งก็คือการทบทวนซ้ำในช่วงเวลาที่ห่างออกไปเรื่อย ๆ ตามระดับความแม่นของแต่ละคำ คำไหนที่ยังจำไม่แม่นก็จะโผล่มาให้ทบทวนบ่อยกว่า คำไหนที่จำได้ดีแล้วก็จะเว้นระยะออกไป ซึ่งวิธีนี้ช่วยประหยัดเวลาได้มากและทำให้จำอยู่ได้นานกว่าการท่องซ้ำในคืนเดียว
ผมแนะนำให้ใช้วันละ 15 ถึง 20 นาทีต่อวันครับ อย่า욕욕ทำให้เสร็จในคราวเดียว เพราะสมองคนเราจะซึมซับภาษาได้ดีกว่าถ้าได้รับข้อมูลในปริมาณน้อยแต่สม่ำเสมอ ผมเองตอนที่เรียนอยู่ที่จีน ผมจะนั่งทบทวน Flashcard ตอนเช้าก่อนออกไปเรียนทุกวันครับ แค่ 15 นาทีแต่ทำต่อเนื่อง สะสมไปเรื่อย ๆ จนรู้สึกได้เองว่าคำศัพท์มันติดหัวโดยที่ไม่ต้องฝืนจำ
วิธีจำคำศัพท์จีนให้ติดทน เทคนิคที่ผมใช้เองจริง ๆ
จับเสียงให้ได้ก่อน แล้วความหมายจะตามมาเอง
สิ่งแรกที่ผมจะทำกับคำศัพท์ใหม่ทุกคำคือออกเสียงดัง ๆ ก่อนเสมอครับ ไม่ใช่แค่อ่านในใจ เพราะภาษาจีนนั้นเสียงสำคัญมาก วรรณยุกต์ที่ต่างกันหมายถึงคนละความหมาย ดังนั้นการออกเสียงซ้ำหลาย ๆ ครั้งจะช่วยให้สมองจำทั้งรูปและเสียงไปพร้อมกัน
ถ้าใครเรียนในห้องหรือในที่สาธารณะแล้วไม่สะดวกออกเสียงดัง ผมแนะนำให้กระซิบพออ่านได้ยินก็พอครับ ดีกว่าอ่านในใจอย่างเดียวแน่นอน
สร้างภาพในหัวให้กับทุกคำ
เทคนิคที่ผมใช้เสมอเวลาเจอคำที่จำยากคือการสร้างภาพหรือเรื่องราวเล็ก ๆ ขึ้นในหัวครับ ตัวอย่างเช่น คำว่า 苹果 ที่แปลว่าแอปเปิ้ล ผมจะนึกถึงโลโก้แอปเปิ้ลของ Apple ที่ทุกคนรู้จัก ซึ่งทำให้จำได้ทันทีโดยไม่ต้องพยายาม
วิธีนี้อาจดูเหมือนเสียเวลาตอนแรก แต่พอทำบ่อย ๆ เข้า สมองก็จะเริ่มสร้างภาพโดยอัตโนมัติและทำได้เร็วขึ้นเรื่อย ๆ ครับ
จับคู่คำที่มีความสัมพันธ์กัน
แทนที่จะจำทีละคำแบบแยกกัน ผมชอบจับคู่คำที่มีความสัมพันธ์กันไว้ด้วยกันครับ เช่น จำคำว่าพ่อและแม่ไปพร้อมกัน จำคำว่าน้ำและกินไปด้วยกัน หรือจำคำที่ตรงข้ามกันเป็นคู่ การจำแบบนี้ช่วยให้สมองเชื่อมโยงข้อมูลได้ง่ายกว่ามาก และยังช่วยให้นำคำไปใช้ในประโยคได้เร็วขึ้นด้วย
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
สิ่งหนึ่งที่ผมค้นพบจากการเรียนที่จีนและจากการสอนคนอื่น ๆ ด้วยก็คือ ผู้เรียนภาษาจีนชาวไทยมักมีข้อได้เปรียบที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงครับ นั่นคือคำยืมภาษาจีนในภาษาไทยที่เราใช้กันในชีวิตประจำวันอยู่แล้วนั้นมีเยอะมาก เช่น คำว่าเต้าหู้ กวยเตี๋ยว บะหมี่ หรือแม้แต่คำว่าง่วง ซึ่งล้วนมีรากมาจากภาษาจีนทั้งนั้น ดังนั้นถ้าเราตั้งใจสังเกต จะพบว่าหลายคำในชุด HSK1 นั้นฟังแล้วคุ้นหูโดยไม่รู้ตัวครับ
อีกสิ่งที่ผมอยากฝากไว้คือเรื่องของความสม่ำเสมอครับ จากที่ผมเห็นมา คนที่เรียนได้ดีไม่ใช่คนที่เก่งที่สุด แต่เป็นคนที่ทำทุกวันโดยไม่ขาด แม้วันนั้นจะง่วงหรือไม่อยากเรียนก็ตาม แค่เปิด Flashcard ดู 10 ใบก่อนนอนก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลยครับ
ทดลองใช้ Flashcard ฟรีได้เลย ไม่มีเงื่อนไข
Flashcard ชุดนี้ผมแจกฟรีครับ ไม่ต้องสมัครสมาชิก ไม่ต้องจ่ายเงิน เพราะผมทำขึ้นมาจากความตั้งใจที่อยากให้คนไทยที่สนใจภาษาจีนได้มีสื่อการเรียนรู้ที่ดีโดยไม่มีอุปสรรคเรื่องค่าใช้จ่าย
เข้าไปใช้งานได้ที่ -> HSK 1 Flashcard 3.0
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น