Home Story รีวิวหน้าฝนในเมืองเฉิงตู สัมผัสความชื้นและบรรยากาศ 4 ฤดูในวันเดียว โดย TamKung Story เรื่องของแต้ม พฤษภาคม 14, 2569 สวัสดีครับทุกคน แต้มเองครับ วันนี้ผมอยากจะพาทุกคนย้อนกลับไปสัมผัสบรรยากาศเก่าๆ ตอนที่ผมยังใช้ชีวิตและเรียนอยู่ที่เมืองเฉิงตู ประเทศจีนครับ ถ้าพูดถึงเมืองนี้ หลายคนคงนึกถึงความน่ารักของหมีแพนด้าหรืออาหารรสจัดจ้านใช่ไหมครับ แต่สำหรับผมแล้ว สิ่งที่ฝังใจและคิดถึงอยู่เสมอคือบรรยากาศหน้าฝนครับ เป็นความชื้นแฉะที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และความทรงจำที่หาจากที่ไหนไม่ได้เลยครับ ต้องขอเล่าก่อนเลยครับว่าช่วงที่ผมอยู่ที่นั่น พอเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน อากาศจะเกิดความผันผวนแบบสุดขั้วมากครับ ใครที่คิดว่าหน้าฝนก็แค่มีน้ำตกลงมาจากฟ้าอาจจะต้องคิดใหม่ เพราะที่เฉิงตูนั้น เราสามารถสัมผัสได้ถึง 4 ฤดูกาลภายในระยะเวลาแค่ 24 ชั่วโมงเท่านั้นครับ ตอนเช้าอาจจะหนาวสั่น พอตกเที่ยงแดดเปรี้ยงจนเหงื่อตก บ่ายคล้อยฝนก็เทกระหน่ำลงมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยครับ1 วัน 4 ฤดู สภาพอากาศที่คาดเดาไม่ได้ในเมืองเฉิงตู ประสบการณ์ตรงของผมที่เจอกับตัวแทบทุกวันคือความยากลำบากในการเลือกเสื้อผ้าครับ ตอนเช้าผมตื่นมาพร้อมกับอุณหภูมิประมาณ 18 องศาเซลเซียส อากาศเย็นจนต้องหยิบเสื้อกันหนาวตัวหนามาใส่เดินออกจากหอพักครับ แต่พอเวลาผ่านไปไม่ถึง 3 ชั่วโมง พระอาทิตย์ก็เริ่มสาดแสงแรงจัด อุณหภูมิพุ่งทะยานไปแตะ 30 องศาเซลเซียส จนผมต้องรีบถอดเสื้อคลุมออกแทบไม่ทันครับ ความพีคยังไม่จบแค่นั้นครับ เพราะพอตกช่วงบ่าย ท้องฟ้าที่เคยกว้างใสก็เปลี่ยนเป็นสีเทาเข้มภายในเวลาไม่กี่นาที กลิ่นไอดินและกลิ่นความชื้นลอยมาเตะจมูก เป็นสัญญาณเตือนว่าพายุฝนกำลังจะมาเยือนครับ และเพียงอึดใจเดียว ฝนก็เทลงมาอย่างหนัก ทำให้อุณหภูมิลดฮวบลงมาเหลือ 20 องศาเซลเซียสอีกครั้งครับ เป็นความรู้สึกที่ทั้งตื่นเต้นและต้องเตรียมพร้อมร่างกายให้ทันตลอดเวลาครับกลิ่นไอฝนและรสชาติหม่าล่า ประสบการณ์ที่ลืมไม่ลง บรรยากาศหน้าฝนของที่นี่ไม่ได้มีแค่เรื่องความแปรปรวนของสภาพอากาศนะครับ แต่ยังมีรูป รส กลิ่น เสียง ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากครับ เวลาที่ฝนตกหนัก กลิ่นของพื้นถนนคอนกรีตที่เปียกชื้น จะลอยปะปนมากับกลิ่นเครื่องเทศหม่าล่าที่โชยมาจากร้านอาหารริมทางครับ เป็นความหอมฉุนที่เตะจมูกและกระตุ้นความหิวได้ดีเยี่ยมเลยครับ ผมจำได้ดีว่าในช่วงที่ฝนตกหนักและอากาศเย็นชื้นแบบนี้ ไม่มีอะไรจะเยียวยาร่างกายได้ดีไปกว่าการพุ่งตัวเข้าไปในร้านหม่าล่าหม้อไฟครับ รสชาติของน้ำซุปที่เผ็ดร้อนจนลิ้นชา พอได้ซดเข้าไปพร้อมกับเนื้อสัตว์นุ่มๆ มันเป็นอะไรที่เข้ากันได้อย่างลงตัวที่สุดครับ รสชาติอาหารจีนในวันฝนตกที่เฉิงตู จะอร่อยและเข้มข้นกว่าปกติหลายเท่าตัวเลยครับในความรู้สึกของผม นอกจากเรื่องอาหารแล้ว เสียงของหน้าฝนที่นี่ก็มีเสน่ห์ครับ เสียงเม็ดฝนกระทบหลังคากระเบื้องแบบจีนโบราณ ผสมผสานกับเสียงผู้คนที่วิ่งหลบฝน หรือเสียงสับไพ่นกกระจอกที่ดังมาจากใต้กันสาดร้านน้ำชา มันคือความมีชีวิตชีวาที่แฝงอยู่ในความเปียกปอนครับ เป็นประสบการณ์สัมผัสที่ผมจดจำมาจนถึงทุกวันนี้เลยครับการรับมือกับความชื้น ทริคเอาตัวรอดฉบับคนเคยอยู่จริง สำหรับใครที่วางแผนจะไปเที่ยวหรือไปเรียนในช่วงนี้ ผมมีเกร็ดความรู้จากประสบการณ์ตรงมาฝากครับ สิ่งที่น่าปวดหัวที่สุดไม่ใช่ความเปียกจากน้ำฝน แต่คือความชื้นสะสมในอากาศครับ เสื้อผ้าที่ซักไว้จะไม่มีทางแห้งสนิทได้เลยหากตากไว้รับลมเฉยๆ ครับ กลิ่นอับชื้นจะเป็นของคู่กันกับชีวิตคนเมืองนี้เลยครับ เคล็ดลับที่คนท้องถิ่นใช้กันและผมก็ต้องทำตาม คือการพึ่งพาเครื่องอบผ้าครับ หรือถ้าไม่มีจริงๆ ก็ต้องใช้ไดร์เป่าผมมาเป่าเสื้อผ้าทีละชิ้นก่อนใส่ครับ เพื่อไล่ความชื้นและกลิ่นอับออกไป นอกจากนี้ การพกถุงหอมหรือก้อนดับกลิ่นติดตู้เสื้อผ้าไว้เสมอ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยชีวิตผมให้รอดพ้นจากกลิ่นอับไว้ได้มากเลยครับ ร่ม เป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้เด็ดขาดครับ ไม่ว่าตอนเช้าแดดจะแรงแค่ไหน ผมก็ต้องพกร่มติดกระเป๋าไว้เสมอครับ ร่มของคนที่นี่ไม่ได้มีไว้แค่กันฝนนะครับ แต่ยังเอาไว้กันรังสียูวีที่ร้อนจัดในช่วงกลางวันด้วยครับ เรียกว่าเป็นอาวุธคู่กายที่ทุกคนต้องมีติดตัวไว้ตลอดเวลาที่ออกนอกบ้านเลยครับเดินเล่นย่านเมืองเก่า สัมผัสเสน่ห์หน้าฝนที่ซอยกว้างซอยแคบ ถ้าพูดถึงสถานที่ที่ฝนตกแล้วสวยงามที่สุดในสายตาผม คงหนีไม่พ้นย่านเมืองเก่าอย่างซอยกว้างซอยแคบครับ บรรยากาศของสถาปัตยกรรมจีนโบราณที่ทำจากไม้และอิฐสีเทา พอถูกชโลมด้วยเม็ดฝน มันจะเปล่งประกายความคลาสสิกออกมาได้อย่างน่าประหลาดใจครับ สายถ่ายรูปน่าจะหลงรักความฉ่ำวาวของพื้นหลังได้ไม่ยากครับ จากที่ผมได้ไปเดินเล่นมาในช่วงฝนปรอย โคมไฟสีแดงที่แขวนประดับอยู่ตามหน้าบ้าน จะสะท้อนแสงลงบนพื้นหินที่เปียกชื้น เกิดเป็นมิติที่สวยงามราวกับภาพวาดพู่กันจีนเลยครับ เป็นความรู้สึกที่สงบและโรแมนติกอย่างบอกไม่ถูกครับ แตกต่างจากความวุ่นวายในย่านธุรกิจใจกลางเมืองอย่างสิ้นเชิงครับ ร้านชาแบบดั้งเดิมที่ตั้งอยู่ตามซอกซอย ก็จะเป็นจุดพักหลบฝนชั้นดีเลยครับ ผมมักจะเข้าไปสั่งชาร้อนสักกา นั่งจิบไปพร้อมกับมองดูสายฝนที่ไหลลงมาจากชายคาบ้าน เป็นการใช้เวลาที่เนิบช้าและทำให้จิตใจผ่อนคลายจากการใช้ชีวิตที่เร่งรีบได้ดีมากๆ ครับ ใครที่มาเฉิงตูช่วงหน้าฝนแต้มขอแนะนำให้ลองมาสัมผัสบรรยากาศแบบนี้ดูสักครั้งครับการเดินทางในวันฝนพรำ เกร็ดความรู้ที่ต้องเตรียมพร้อม การเดินทางในวันที่ฝนตกเป็นอีกหนึ่งความท้าทายของเมืองนี้ครับ ถนนหลายสายจะลื่นมาก โดยเฉพาะบริเวณทางเท้าที่ปูด้วยหินอ่อนหรือกระเบื้องตกแต่งครับ ผมเคยลื่นล้มหน้าคะมำมาแล้วหลายรอบ เพราะฉะนั้นการเลือกรองเท้าผ้าใบที่มีพื้นยางยึดเกาะดีๆ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญต่อความปลอดภัยมากๆ ครับ ส่วนการใช้บริการรถสาธารณะอย่างรถประจำทางหรือรถไฟใต้ดิน ก็จะมีความแออัดมากกว่าปกติครับ ผู้คนจำนวนมากจะมารวมตัวกันเพื่อหลบฝน กลิ่นความชื้นจากร่มและเสื้อกันฝนจะตลบอบอวลอยู่ในขบวนรถครับ เป็นบรรยากาศที่อาจจะดูวุ่นวาย แต่ก็ทำให้เราได้เห็นวิถีชีวิตของคนเมืองในวันฝนพรำได้อย่างใกล้ชิดครับ3 ข้อควรระวังเมื่อมาเที่ยวช่วงฤดูฝน ข้อที่ 1 เรื่องการดูแลสุขภาพครับ ด้วยอุณหภูมิที่ปรับเปลี่ยนขึ้นลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทันและเสี่ยงต่อการเป็นหวัดได้ง่ายมากครับ ผมแนะนำให้เตรียมยาประจำตัว ยาแก้หวัด หรือยาแก้ไข้ติดกระเป๋ามาจากประเทศไทยด้วยเลยครับ เพราะยาที่ร้านขายยาในจีนอาจจะมีตัวยาที่เราไม่ค่อยคุ้นชินครับ ข้อที่ 2 การวางแผนแผนการเดินทางครับ สถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติหรือยอดเขา อาจจะอันตรายและมีดินโคลนถล่มได้ในช่วงที่มีพายุฝนตกหนักครับ ควรตรวจสอบสภาพอากาศล่วงหน้าแบบวันต่อวัน และต้องมีแผนสำรองสำหรับการท่องเที่ยวในร่มเตรียมไว้เสมอครับ เช่น การไปเดินชมพิพิธภัณฑ์ หรือช้อปปิ้งตามศูนย์การค้าใต้ดินครับ ข้อที่ 3 การปกป้องอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ครับ ความชื้นในอากาศที่พุ่งสูงปรี๊ดสามารถทำให้กล้องถ่ายรูปหรือโทรศัพท์มือถือเกิดไอน้ำเกาะที่เลนส์ด้านในได้เลยครับ ผมมักจะพกซองกันชื้นใส่กระจายไว้ในกระเป๋ากล้องเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้อุปกรณ์บันทึกภาพสุดที่รักต้องเสื่อมสภาพไปก่อนเวลาอันควรครับ หวังว่าประสบการณ์และความทรงจำในวันฝนพรำที่เฉิงตูของผม จะช่วยให้ทุกคนเห็นภาพและเตรียมตัวรับมือกับสภาพอากาศกันได้ดีขึ้นนะครับ แม้ว่าหน้าฝนจะทำให้เราเปียกปอนและเดินทางลำบากไปบ้าง แต่ถ้าเราลองเปิดใจสัมผัส มันก็เป็นอีกหนึ่งมุมมองที่ทำให้เราได้เห็นเสน่ห์ของเมืองนี้ได้อย่างลึกซึ้งเลยครับ แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้าของแต้มนะครับ สวัสดีครับ URL Copied ใช้ร่วมกัน รับลิงก์ Facebook X Pinterest อีเมล แอปอื่นๆ แสดงความคิดเห็น ความคิดเห็น
แจกฟรี Flashcard ออนไลน์ ฝึก HSK1 ระบบ 3.0 คำศัพท์ 500 คำ พร้อมวิธีจำและวิธีใช้ให้ได้ผลจริง 03 พ.ค., 2026
สวัสดีครับทุกคน แต้มเองครับ วันนี้ผมอยากจะพาทุกคนย้อนกลับไปสัมผัสบรรยากาศเก่าๆ ตอนที่ผมยังใช้ชีวิตและเรียนอยู่ที่เมืองเฉิงตู ประเทศจีนครับ ถ้าพูดถึงเมืองนี้ หลายคนคงนึกถึงความน่ารักของหมีแพนด้าหรืออาหารรสจัดจ้านใช่ไหมครับ แต่สำหรับผมแล้ว สิ่งที่ฝังใจและคิดถึงอยู่เสมอคือบรรยากาศหน้าฝนครับ เป็นความชื้นแฉะที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และความทรงจำที่หาจากที่ไหนไม่ได้เลยครับ
ต้องขอเล่าก่อนเลยครับว่าช่วงที่ผมอยู่ที่นั่น พอเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน อากาศจะเกิดความผันผวนแบบสุดขั้วมากครับ ใครที่คิดว่าหน้าฝนก็แค่มีน้ำตกลงมาจากฟ้าอาจจะต้องคิดใหม่ เพราะที่เฉิงตูนั้น เราสามารถสัมผัสได้ถึง 4 ฤดูกาลภายในระยะเวลาแค่ 24 ชั่วโมงเท่านั้นครับ ตอนเช้าอาจจะหนาวสั่น พอตกเที่ยงแดดเปรี้ยงจนเหงื่อตก บ่ายคล้อยฝนก็เทกระหน่ำลงมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยครับ
1 วัน 4 ฤดู สภาพอากาศที่คาดเดาไม่ได้ในเมืองเฉิงตู
ประสบการณ์ตรงของผมที่เจอกับตัวแทบทุกวันคือความยากลำบากในการเลือกเสื้อผ้าครับ ตอนเช้าผมตื่นมาพร้อมกับอุณหภูมิประมาณ 18 องศาเซลเซียส อากาศเย็นจนต้องหยิบเสื้อกันหนาวตัวหนามาใส่เดินออกจากหอพักครับ แต่พอเวลาผ่านไปไม่ถึง 3 ชั่วโมง พระอาทิตย์ก็เริ่มสาดแสงแรงจัด อุณหภูมิพุ่งทะยานไปแตะ 30 องศาเซลเซียส จนผมต้องรีบถอดเสื้อคลุมออกแทบไม่ทันครับ
ความพีคยังไม่จบแค่นั้นครับ เพราะพอตกช่วงบ่าย ท้องฟ้าที่เคยกว้างใสก็เปลี่ยนเป็นสีเทาเข้มภายในเวลาไม่กี่นาที กลิ่นไอดินและกลิ่นความชื้นลอยมาเตะจมูก เป็นสัญญาณเตือนว่าพายุฝนกำลังจะมาเยือนครับ และเพียงอึดใจเดียว ฝนก็เทลงมาอย่างหนัก ทำให้อุณหภูมิลดฮวบลงมาเหลือ 20 องศาเซลเซียสอีกครั้งครับ เป็นความรู้สึกที่ทั้งตื่นเต้นและต้องเตรียมพร้อมร่างกายให้ทันตลอดเวลาครับ
กลิ่นไอฝนและรสชาติหม่าล่า ประสบการณ์ที่ลืมไม่ลง
บรรยากาศหน้าฝนของที่นี่ไม่ได้มีแค่เรื่องความแปรปรวนของสภาพอากาศนะครับ แต่ยังมีรูป รส กลิ่น เสียง ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากครับ เวลาที่ฝนตกหนัก กลิ่นของพื้นถนนคอนกรีตที่เปียกชื้น จะลอยปะปนมากับกลิ่นเครื่องเทศหม่าล่าที่โชยมาจากร้านอาหารริมทางครับ เป็นความหอมฉุนที่เตะจมูกและกระตุ้นความหิวได้ดีเยี่ยมเลยครับ
ผมจำได้ดีว่าในช่วงที่ฝนตกหนักและอากาศเย็นชื้นแบบนี้ ไม่มีอะไรจะเยียวยาร่างกายได้ดีไปกว่าการพุ่งตัวเข้าไปในร้านหม่าล่าหม้อไฟครับ รสชาติของน้ำซุปที่เผ็ดร้อนจนลิ้นชา พอได้ซดเข้าไปพร้อมกับเนื้อสัตว์นุ่มๆ มันเป็นอะไรที่เข้ากันได้อย่างลงตัวที่สุดครับ รสชาติอาหารจีนในวันฝนตกที่เฉิงตู จะอร่อยและเข้มข้นกว่าปกติหลายเท่าตัวเลยครับในความรู้สึกของผม
นอกจากเรื่องอาหารแล้ว เสียงของหน้าฝนที่นี่ก็มีเสน่ห์ครับ เสียงเม็ดฝนกระทบหลังคากระเบื้องแบบจีนโบราณ ผสมผสานกับเสียงผู้คนที่วิ่งหลบฝน หรือเสียงสับไพ่นกกระจอกที่ดังมาจากใต้กันสาดร้านน้ำชา มันคือความมีชีวิตชีวาที่แฝงอยู่ในความเปียกปอนครับ เป็นประสบการณ์สัมผัสที่ผมจดจำมาจนถึงทุกวันนี้เลยครับ
การรับมือกับความชื้น ทริคเอาตัวรอดฉบับคนเคยอยู่จริง
สำหรับใครที่วางแผนจะไปเที่ยวหรือไปเรียนในช่วงนี้ ผมมีเกร็ดความรู้จากประสบการณ์ตรงมาฝากครับ สิ่งที่น่าปวดหัวที่สุดไม่ใช่ความเปียกจากน้ำฝน แต่คือความชื้นสะสมในอากาศครับ เสื้อผ้าที่ซักไว้จะไม่มีทางแห้งสนิทได้เลยหากตากไว้รับลมเฉยๆ ครับ กลิ่นอับชื้นจะเป็นของคู่กันกับชีวิตคนเมืองนี้เลยครับ
เคล็ดลับที่คนท้องถิ่นใช้กันและผมก็ต้องทำตาม คือการพึ่งพาเครื่องอบผ้าครับ หรือถ้าไม่มีจริงๆ ก็ต้องใช้ไดร์เป่าผมมาเป่าเสื้อผ้าทีละชิ้นก่อนใส่ครับ เพื่อไล่ความชื้นและกลิ่นอับออกไป นอกจากนี้ การพกถุงหอมหรือก้อนดับกลิ่นติดตู้เสื้อผ้าไว้เสมอ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยชีวิตผมให้รอดพ้นจากกลิ่นอับไว้ได้มากเลยครับ
ร่ม เป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้เด็ดขาดครับ ไม่ว่าตอนเช้าแดดจะแรงแค่ไหน ผมก็ต้องพกร่มติดกระเป๋าไว้เสมอครับ ร่มของคนที่นี่ไม่ได้มีไว้แค่กันฝนนะครับ แต่ยังเอาไว้กันรังสียูวีที่ร้อนจัดในช่วงกลางวันด้วยครับ เรียกว่าเป็นอาวุธคู่กายที่ทุกคนต้องมีติดตัวไว้ตลอดเวลาที่ออกนอกบ้านเลยครับ
เดินเล่นย่านเมืองเก่า สัมผัสเสน่ห์หน้าฝนที่ซอยกว้างซอยแคบ
ถ้าพูดถึงสถานที่ที่ฝนตกแล้วสวยงามที่สุดในสายตาผม คงหนีไม่พ้นย่านเมืองเก่าอย่างซอยกว้างซอยแคบครับ บรรยากาศของสถาปัตยกรรมจีนโบราณที่ทำจากไม้และอิฐสีเทา พอถูกชโลมด้วยเม็ดฝน มันจะเปล่งประกายความคลาสสิกออกมาได้อย่างน่าประหลาดใจครับ สายถ่ายรูปน่าจะหลงรักความฉ่ำวาวของพื้นหลังได้ไม่ยากครับ
จากที่ผมได้ไปเดินเล่นมาในช่วงฝนปรอย โคมไฟสีแดงที่แขวนประดับอยู่ตามหน้าบ้าน จะสะท้อนแสงลงบนพื้นหินที่เปียกชื้น เกิดเป็นมิติที่สวยงามราวกับภาพวาดพู่กันจีนเลยครับ เป็นความรู้สึกที่สงบและโรแมนติกอย่างบอกไม่ถูกครับ แตกต่างจากความวุ่นวายในย่านธุรกิจใจกลางเมืองอย่างสิ้นเชิงครับ
ร้านชาแบบดั้งเดิมที่ตั้งอยู่ตามซอกซอย ก็จะเป็นจุดพักหลบฝนชั้นดีเลยครับ ผมมักจะเข้าไปสั่งชาร้อนสักกา นั่งจิบไปพร้อมกับมองดูสายฝนที่ไหลลงมาจากชายคาบ้าน เป็นการใช้เวลาที่เนิบช้าและทำให้จิตใจผ่อนคลายจากการใช้ชีวิตที่เร่งรีบได้ดีมากๆ ครับ ใครที่มาเฉิงตูช่วงหน้าฝนแต้มขอแนะนำให้ลองมาสัมผัสบรรยากาศแบบนี้ดูสักครั้งครับ
การเดินทางในวันฝนพรำ เกร็ดความรู้ที่ต้องเตรียมพร้อม
การเดินทางในวันที่ฝนตกเป็นอีกหนึ่งความท้าทายของเมืองนี้ครับ ถนนหลายสายจะลื่นมาก โดยเฉพาะบริเวณทางเท้าที่ปูด้วยหินอ่อนหรือกระเบื้องตกแต่งครับ ผมเคยลื่นล้มหน้าคะมำมาแล้วหลายรอบ เพราะฉะนั้นการเลือกรองเท้าผ้าใบที่มีพื้นยางยึดเกาะดีๆ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญต่อความปลอดภัยมากๆ ครับ
ส่วนการใช้บริการรถสาธารณะอย่างรถประจำทางหรือรถไฟใต้ดิน ก็จะมีความแออัดมากกว่าปกติครับ ผู้คนจำนวนมากจะมารวมตัวกันเพื่อหลบฝน กลิ่นความชื้นจากร่มและเสื้อกันฝนจะตลบอบอวลอยู่ในขบวนรถครับ เป็นบรรยากาศที่อาจจะดูวุ่นวาย แต่ก็ทำให้เราได้เห็นวิถีชีวิตของคนเมืองในวันฝนพรำได้อย่างใกล้ชิดครับ
3 ข้อควรระวังเมื่อมาเที่ยวช่วงฤดูฝน
ข้อที่ 1 เรื่องการดูแลสุขภาพครับ ด้วยอุณหภูมิที่ปรับเปลี่ยนขึ้นลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทันและเสี่ยงต่อการเป็นหวัดได้ง่ายมากครับ ผมแนะนำให้เตรียมยาประจำตัว ยาแก้หวัด หรือยาแก้ไข้ติดกระเป๋ามาจากประเทศไทยด้วยเลยครับ เพราะยาที่ร้านขายยาในจีนอาจจะมีตัวยาที่เราไม่ค่อยคุ้นชินครับ
ข้อที่ 2 การวางแผนแผนการเดินทางครับ สถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติหรือยอดเขา อาจจะอันตรายและมีดินโคลนถล่มได้ในช่วงที่มีพายุฝนตกหนักครับ ควรตรวจสอบสภาพอากาศล่วงหน้าแบบวันต่อวัน และต้องมีแผนสำรองสำหรับการท่องเที่ยวในร่มเตรียมไว้เสมอครับ เช่น การไปเดินชมพิพิธภัณฑ์ หรือช้อปปิ้งตามศูนย์การค้าใต้ดินครับ
ข้อที่ 3 การปกป้องอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ครับ ความชื้นในอากาศที่พุ่งสูงปรี๊ดสามารถทำให้กล้องถ่ายรูปหรือโทรศัพท์มือถือเกิดไอน้ำเกาะที่เลนส์ด้านในได้เลยครับ ผมมักจะพกซองกันชื้นใส่กระจายไว้ในกระเป๋ากล้องเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้อุปกรณ์บันทึกภาพสุดที่รักต้องเสื่อมสภาพไปก่อนเวลาอันควรครับ
หวังว่าประสบการณ์และความทรงจำในวันฝนพรำที่เฉิงตูของผม จะช่วยให้ทุกคนเห็นภาพและเตรียมตัวรับมือกับสภาพอากาศกันได้ดีขึ้นนะครับ แม้ว่าหน้าฝนจะทำให้เราเปียกปอนและเดินทางลำบากไปบ้าง แต่ถ้าเราลองเปิดใจสัมผัส มันก็เป็นอีกหนึ่งมุมมองที่ทำให้เราได้เห็นเสน่ห์ของเมืองนี้ได้อย่างลึกซึ้งเลยครับ แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้าของแต้มนะครับ สวัสดีครับ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น