เจาะลึกสนามบินเทียนฟู่เฉิงตู ประตูบานใหม่สู่เสฉวนที่ล้ำสมัยที่สุดในจีน


     สวัสดีครับทุกคน กลับมาพบกับแต้มอีกครั้งนะครับ วันนี้ผมไม่ได้จะพาทุกคนไปเดินตลาดหรือนั่งทานหม้อไฟหมาล่าในเมืองครับ แต่ผมจะพาทุกคนไปสัมผัสกับความยิ่งใหญ่ระดับโลกที่เป็นความภูมิใจใหม่ของเมืองเฉิงตู 成都 Chéngdū มณฑลเสฉวน 四川 Sìchuān ครับ นั่นก็คือสนามบินนานาชาติเทียนฟู่ หรือ เฉิงตูเทียนฟู่กั๋วจี้จีฉ่าง 成都天府国际机场 Chéngdū Tiānfǔ Guójì Jīchǎng ครับ ในฐานะที่ผมหอบกระเป๋ามาใช้ชีวิตอยู่ที่เฉิงตูเป็นเวลานานและได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของเมืองนี้มาโดยตลอด การเปิดตัวอย่างเป็นทางการของสนามบินแห่งนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เฉิงตูไม่ได้เป็นแค่เมืองแห่งแพนด้าอีกต่อไปครับ แต่มันคือฮับการบินทางอากาศที่ทันสมัยและล้ำหน้าที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชียเลยครับ



     ความรู้สึกแรกที่ผมได้ก้าวเท้าเข้าไปสัมผัสสนามบินเทียนฟู่ในวันที่ผมต้องเดินทางกลับจากทำธุระต่างเมือง ผมยังจำได้แม่นยำเลยครับว่ามันคือความรู้สึกทึ่งและตื่นตาตื่นใจอย่างบอกไม่ถูกครับ ทันทีที่ผมก้าวเท้าลงจากขบวนรถไฟใต้ดิน สิ่งที่ปะทะสายตาผมเป็นอันดับแรกคือสถาปัตยกรรมสุดอลังการที่ดูเหมือนหลุดออกมาจากภาพยนตร์ไซไฟโลกอนาคตเลยทีเดียวครับ บรรยากาศของโถงผู้โดยสารที่กว้างขวางมโหฬารจนสุดลูกหูลูกตา แสงสว่างจากธรรมชาติที่ลอดผ่านหลังคากระจกรูปทรงล้ำสมัย ลงมาตกกระทบบนพื้นหินอ่อนที่ขัดจนเงาวับสะท้อนแสง มันให้ความรู้สึกถึงความทะเยอทะยานและความก้าวหน้าของจีนยุคใหม่ที่ชัดเจนมากครับ



     วันนี้แต้มเลยตั้งใจจะมารวบรวมข้อมูลแบบเจาะลึกทุกซอกทุกมุม เพื่อให้ทุกคนที่กำลังจะเดินทางมาเยือนเฉิงตูได้เตรียมตัวรับมือกับความยิ่งใหญ่ของสนามบินแห่งนี้ได้อย่างมือโปรครับ ข้อมูลทั้งหมดนี้ผมกลั่นกรองมาจากประสบการณ์ที่เดินหลงและลองผิดลองถูกมาด้วยตัวเองล้วนๆ ครับ รับรองว่าอ่านจบแล้วทุกคนจะสามารถเดินเชิดฉายในสนามบินเทียนฟู่ได้อย่างมั่นใจแน่นอนครับ

สถาปัตยกรรมนกอมตะกับนวัตกรรมอัจฉริยะที่ช่างภาพต้องตกหลุมรัก

     หากเรามีโอกาสได้มองจากมุมสูงทางอากาศลงมา สนามบินเทียนฟู่แห่งนี้ถูกออกแบบผังอาคารให้มีรูปทรงคล้ายกับนกเทพนิยายสีทอง หรือ จินซาไท่หยางเสินเหนี่ยว 金沙太阳神鸟 Jīnshā tàiyáng shénniǎo ครับ ซึ่งนกอมตะนี้เป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของเมืองเฉิงตูที่ถูกขุดพบในโบราณสถานจินซาครับ ในฐานะที่ผมรักการถ่ายภาพ ผมบอกได้เต็มปากเลยครับว่าเส้นสายการออกแบบของอาคารเทอร์มินอลหนึ่งและเทอร์มินอลสองนั้นสวยงามและมีมิติล้ำลึกมากครับ



     แสงแดดอุ่นๆ ในช่วงยามเช้าที่สาดส่องลงมา จะสร้างเงาตกกระทบบนพื้นผิวโลหะและกระจกบานยักษ์ จนเกิดเป็นลวดลายกราฟิกที่น่าอัศจรรย์ใจและดึงดูดสายตาที่สุดครับ กลิ่นอายของความทันสมัยที่ปะปนกับกลิ่นหอมสะอาดสะอ้านของอาคารสร้างใหม่ คือเสน่ห์ที่ทำให้การมานั่งรอขึ้นเครื่องที่นี่ไม่น่าเบื่อเลยแม้แต่นิดเดียวครับ สิ่งที่ผมประทับใจมากเป็นพิเศษจนต้องยกนิ้วให้คือระบบอัจฉริยะ หรือ จื้อเหนิง 智能 zhìnéng ที่ถูกฝังอยู่ภายในทุกจุดของสนามบินครับ



     จากประสบการณ์ตรงของผม ทุกขั้นตอนถูกออกแบบมาให้เป็นระบบไร้สัมผัสเกือบทั้งหมดครับ ตั้งแต่การเช็คอินพิมพ์ตั๋วด้วยตัวเองผ่านตู้คีออส ไปจนถึงการสแกนใบหน้าเพื่อผ่านด่านตรวจความปลอดภัยที่ทำงานได้รวดเร็วและแม่นยำมากครับ ระบบเทคโนโลยีที่นี่ล้ำหน้าไปถึงขั้นที่มีหุ่นยนต์อัจฉริยะคอยวิ่งนำทางและตอบคำถามผู้โดยสารครับ ผมเคยลองเดินเข้าไปถามทางไปห้องน้ำเป็นภาษาจีนดูแล้ว หุ่นยนต์ก็ตอบกลับด้วยเสียงใสแจ๋วและแสดงแผนที่บนหน้าจออย่างสุภาพมากครับ รสสัมผัสของการเดินทางที่รวดเร็วและไม่วุ่นวายแบบนี้ คือสิ่งที่ผมอยากให้ทุกคนได้มาลองใช้บริการดูสักครั้งในชีวิตครับ



การเดินทางเข้าเมืองเฉิงตูและระบบขนส่งที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างสมบูรณ์แบบ

     หลายคนที่เพิ่งเคยมาเยือนอาจจะกังวลใจ เพราะสนามบินเทียนฟู่ตั้งอยู่ค่อนข้างไกลจากจุดศูนย์กลางตัวเมืองเฉิงตูพอสมควรครับ โดยตั้งอยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณห้าสิบกิโลเมตรครับ แต่จากที่ผมได้ลองเดินทางมาแล้วหลายรูปแบบ ผมบอกเลยครับว่าไม่ต้องกังวลใจไปเลย เพราะรัฐบาลจีนเขาวางแผนเรื่องโครงสร้างพื้นฐานมาอย่างดีเยี่ยมและไร้รอยต่อครับ วิธีที่สะดวกสบายและรวดเร็วที่สุดที่แต้มอยากแนะนำคือการนั่งรถไฟใต้ดินสายสิบแปด หรือ ตี้เถี่ยสือปาฮ้าวเซี่ยน 地铁18号线 Dìtiě shíbā hàoxiàn ครับ



     รถไฟใต้ดินสายนี้เป็นขบวนรถไฟสายด่วนพิเศษที่วิ่งยิงยาวจากสนามบิน ตรงเข้าสู่สถานีรถไฟเฉิงตูใต้ หรือ เฉิงตูหนานจ้าน 成都南站 Chéngdū nánzhàn โดยใช้เวลาเดินทางเพียงแค่สามสิบเจ็ดนาทีสำหรับขบวนด่วนพิเศษครับ วิวทิวทัศน์สองข้างทางขณะที่ขบวนรถไฟวิ่งทะยานออกจากอุโมงค์ใต้ดินขึ้นมาสู่ระดับผิวดิน คือสิ่งที่ผมชอบนั่งมองริมหน้าต่างมากที่สุดครับ เราจะได้เห็นภูมิประเทศที่เป็นเนินเขาสีเขียวขจีและหมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่รอบนอกของเมืองเฉิงตู ตัดกับโครงสร้างทางยกระดับของรถไฟความเร็วสูงที่ทอดยาวขนานกันไปอย่างสวยงามครับ



     สำหรับเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่นักท่องเที่ยวชาวไทยมักไม่ค่อยรู้คือ รถไฟสายสิบแปดนี้เริ่มเปิดวิ่งให้บริการตั้งแต่หกโมงเช้าตรู่ยาวไปจนถึงเกือบเที่ยงคืนเลยครับ แต่หากใครโชคร้ายไฟล์ทดีเลย์มาถึงดึกกว่านั้นก็ไม่ต้องตกใจครับ เพราะที่นี่ยังมีรถบัสสนามบินที่ให้บริการตลอดทั้งคืน หรือที่คนจีนเรียกว่า เทียนฟู่จีฉ่างจวนเซี่ยน 天府机场专线 Tiānfǔ jīchǎng zhuānxiàn ครับ ซึ่งรถบัสนี้จะพาเราเดินทางไปส่งยังจุดแลนด์มาร์คสำคัญใจกลางเมืองอย่างย่านถนนคนเดินชุนซีลู่ 春熙路 Chūnxī lù ได้อย่างปลอดภัย สะดวกสบาย และที่สำคัญคือราคาประหยัดสบายกระเป๋ามากครับ



สวรรค์ของนักช้อปและรสชาติอาหารเสฉวนในรั้วสนามบิน

     อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ทำให้ผมตกหลุมรักสนามบินเทียนฟู่คือ โซนร้านอาหารและแหล่งช้อปปิ้งที่จัดเต็มราวกับยกห้างสรรพสินค้ามาไว้ที่นี่ครับ ที่นี่ไม่ได้มีแค่ร้านค้าแบรนด์เนมระดับโลกให้เดินเลือกซื้อเท่านั้นนะครับ แต่เขายังเก่งมากในการยกเอาเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมเสฉวนมาหลอมรวมไว้ข้างในอาคารด้วยครับ ผมเคยหิวโซและแวะทานบะหมี่เนื้อตุ๋น หนิวโร่วเมี่ยน 牛肉面 niúròumiàn ในโซนศูนย์อาหารชั้นสาม รสชาติของน้ำซุปที่ซดเข้าไปคำแรกมันเผ็ดร้อนและหอมกลิ่นเครื่องเทศหมาล่าเตะจมูกมากครับ



     รสชาติความเข้มข้นนี้มันช่างเป็นรสชาติที่ช่วยปลุกเซลล์ในร่างกายให้ตื่นตัว หลังจากที่ต้องนั่งขดตัวบนไฟล์ทบินยาวๆ ได้ดีเหลือเกินครับ แม้จะเป็นร้านอาหารที่ตั้งอยู่ภายในสนามบิน แต่รสชาติก็ยังคงความจัดจ้านตามแบบฉบับคนเฉิงตูแท้ๆ แบบไม่มีผิดเพี้ยนครับ และปริมาณเนื้อตุ๋นชิ้นโตที่ให้มาก็ถือว่าคุ้มค่ากับราคามากเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับค่าครองชีพในระดับสนามบินนานาชาติของประเทศอื่นๆ ครับ เรียกได้ว่าอิ่มอร่อยและไม่โดนฟันราคาแน่นอนครับ



     นอกจากเรื่องของกินแล้ว ภายในสนามบินยังมีโซนพื้นที่พักผ่อนที่ถูกออกแบบให้ดูร่มรื่นเหมือนกับสวนสาธารณะใจกลางเมืองเฉิงตูเลยครับ มีการจัดตกแต่งด้วยต้นไม้ปลอมและต้นไม้จริงสีเขียวขจี พร้อมกับม้านั่งไม้สไตล์เซนเพื่อให้ผู้โดยสารได้นั่งพักสายตาอย่างสงบครับ กลิ่นหอมจางๆ ของดอกมะลิ ม่อลี่ฮวา 茉莉花 mòlìhuā ที่แอบอบอวลอยู่ในบางโซนของอาคารผู้โดยสารขาออก ช่วยทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายความตึงเครียดและความเหนื่อยล้าจากการเดินทางได้เป็นอย่างดีครับ



     สำหรับใครที่กำลังมองหาของฝากจากเสฉวนก่อนบินกลับไทย ที่นี่ก็มีร้านค้าที่จำหน่ายขนมท้องถิ่นน่ารักๆ แพ็กเกจรูปแพนด้า และใบชาเกรดพรีเมียมที่ปลูกจากภูเขาเอ๋อเหมย หรือ ง้อไบ๊ เอ๋อเหมยซาน 峨眉山 Éméishān ให้เราได้เดินเลือกซื้อก่อนขึ้นเครื่องด้วยครับ มันเป็นการใช้เวลาช่วงสุดท้ายก่อนโบกมือลาจากเมืองเฉิงตูไป ที่เต็มไปด้วยความสะดวกสบายและความอิ่มเอมใจจริงๆ ครับ



ทริคเอาตัวรอดและข้อควรระวังสำหรับนักเดินทางมือใหม่ที่เทียนฟู่

     สุดท้ายนี้แต้มมีคำแนะนำสำคัญระดับข้อควรระวัง จากประสบการณ์ตรงที่เคยวิ่งหอบแฮ่กๆ ไปขึ้นเครื่องมาฝากไว้ครับ เนื่องจากสนามบินเทียนฟู่มีขนาดพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลมาก การเดินเท้าจากจุดตรวจความปลอดภัยไปยังประตูทางออกขึ้นเครื่อง หรือ เติงจีโข่ว 登机口 dēngjīkǒu บางจุดที่อยู่ริมสุดอาคาร อาจต้องใช้เวลาเดินเท้าเร็วๆ เกือบยี่สิบนาทีเลยทีเดียวครับ ผมขอแนะนำอย่างจริงจังให้ทุกคนเผื่อเวลาเดินทางจากตัวเมือง และเผื่อเวลาเดินหลงในสนามบินไว้ให้ดีนะครับ



     อย่างน้อยที่สุดควรมาถึงหน้าเคาน์เตอร์เช็คอินก่อนเวลาเครื่องออกประมาณสามชั่วโมงจะปลอดภัยและอุ่นใจที่สุดครับ อีกจุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวไทยตกม้าตายกันบ่อยคือ อย่าสับสนชื่อสนามบินกับสนามบินเก่าอย่างสนามบินซวงหลิว 双流机场 Shuāngliú jīchǎng เด็ดขาดนะครับ เพราะในปัจจุบันนี้ ไฟล์ทบินระหว่างประเทศหรือไฟล์ทนานาชาติเกือบทั้งหมดได้ถูกสั่งย้ายให้มาลงจอดที่สนามบินเทียนฟู่แห่งนี้เรียบร้อยแล้วครับ หากไปผิดสนามบินรับรองว่าตกเครื่องแน่นอนครับ



     การเตรียมแอปพลิเคชันชำระเงินออนไลน์อย่าง อาลีเพย์ จือฟู่เป่า 支付宝 Zhīfùbǎo หรือ วีแชทเพย์ เวยซิ่นจือฟู่ 微信支付 Wēixìn zhīfù ให้พร้อมผูกบัตรเครดิตให้เรียบร้อย คือไอเทมวิเศษที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับการมาเยือนที่นี่ครับ เพราะร้านค้าและตู้กดน้ำเกือบหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ที่นี่เข้าสู่สังคมไร้เงินสดอย่างเต็มรูปแบบแล้วครับ หากใครที่แบตเตอรี่มือถือใกล้หมดก็ไม่ต้องกังวลจนเหงื่อตกครับ เพราะที่สนามบินมีจุดชาร์จไฟฟรีและตู้บริการเช่าพาวเวอร์แบงค์กระจายอยู่ทุกมุมเสาเลยครับ



     ความสะดวกสบายและเทคโนโลยีล้ำสมัยเหล่านี้ คือสิ่งที่สะท้อนถึงความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่สนามบินเทียนฟู่มอบให้กับนักเดินทางทุกคนจากทั่วทุกมุมโลกครับ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเรื่องราวประสบการณ์ตรงที่ผมตั้งใจนำมาเล่าและรวบรวมไว้ในวันนี้ จะเป็นประโยชน์และทำให้ทุกคนคลายความกังวล พร้อมกับประทับใจในการต้อนรับครั้งแรกสู่เมืองเฉิงตูที่สนามบินสุดอลังการแห่งนี้นะครับ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านเรื่องเล่าของแต้มจนจบ แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้ากับเรื่องราวการผจญภัยในแดนมังกรที่ผมจะนำมาฝากกันอีกแน่นอนครับ เดินทางปลอดภัยนะครับทุกคน

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น