Home Chengdu China Travel รีวิวเที่ยว Sichuan Science and Technology Museum ตะลุยแดนวิทยาศาสตร์เมืองเฉิงตู โดย TamKung Story เรื่องของแต้ม เมษายน 02, 2569 สวัสดีครับเพื่อนๆ แต้มเองครับ วันนี้แต้มจะพาไปเปิดหูเปิดตาที่เมืองเฉิงตูกันครับ หลายคนอาจจะคิดว่าเมืองนี้มีดีแค่ความน่ารักของน้องแพนด้ากับรสชาติเผ็ดชาของหม่าล่า แต่จากการที่แต้มได้มีโอกาสไปคลุกคลีและเดินทางท่องเที่ยวในจีนมาพักใหญ่ แต้มค้นพบว่าเฉิงตูเป็นเมืองที่ล้ำหน้าด้านเทคโนโลยีมากๆ สถานที่หนึ่งที่แต้มประทับใจสุดๆ และอยากแนะนำให้ทุกคนต้องแวะไปให้ได้เลยก็คือ Sichuan Science and Technology Museum หรือพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเสฉวนนั่นเองครับ รับรองว่ามาที่นี่แล้วจะเดินเพลินจนลืมเวลาแน่นอนทำไมถึงต้องมาเยือนพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งนี้ที่นี่ไม่ใช่แค่ตึกเก็บของเก่าครับ แต่เป็นแหล่งรวบรวมนวัตกรรมที่จัดแสดงให้เราดูแบบอินเทอร์แอกทีฟ ซึ่งเขาแบ่งพื้นที่จัดแสดงออกเป็นชั้นๆ รวมแล้วมีโซนให้เดินดูมากกว่ายี่สิบโซนเลยทีเดียว เดี๋ยวแต้มจะพาค่อยๆ เดินทัวร์ไปทีละชั้นตามแผนผังที่แต้มได้มานะครับชั้นที่ 1 ทะยานสู่อวกาศและโลกการบินพอเดินพ้นประตูทางเข้าปุ๊บ แต้มถึงกับต้องร้องว้าวเลยครับ เพราะโถงอาคารชั้นแรกเขาจัดเต็มเรื่องเทคโนโลยีอวกาศและการบิน ใครที่ชอบเรื่องราวของจักรวาลแบบแต้มจะต้องหลงรักโซนนี้แน่ๆ เขาจำลองสถานีอวกาศมาให้เราดูเลยว่านักบินอวกาศใช้ชีวิตกันอย่างไรในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง กินนอนกันแบบไหนให้รอดในอวกาศ นอกจากนี้ยังมีโมเดลเครื่องบินและดาวเทียมให้ดูพร้อมคำอธิบายการทำงานของกล้องโทรทรรศน์ที่เข้าใจง่ายมาก แต้มขลุกอยู่โซนรู้นี้นานเป็นพิเศษเลยครับชั้นที่ 2 โลกแห่งเครื่องจักรกลและหุ่นยนต์สุดล้ำขยับขึ้นมาที่ชั้นสองกันบ้างครับ ชั้นนี้จะเน้นเรื่องกลไกเครื่องจักรและพลังงานเป็นหลัก มีตั้งแต่การจำลองโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไปจนถึงเครื่องกำเนิดพลังงานคลื่นใต้น้ำ แต่ไฮไลต์เด็ดที่แต้มเห็นคนมุงดูกันเยอะมากคือโซนนิทรรศการหุ่นยนต์ครับ มีทั้งหุ่นยนต์ที่สามารถคิดคำนวณเล่นหมากล้อมแข่งกับคนได้ หุ่นยนต์เล่นเครื่องดนตรี และหุ่นยนต์ปลาที่ว่ายน้ำได้เนียนตาเหมือนของจริงมากๆ รวมถึงมีโซนโลกเสมือนจริงที่ให้เราได้สัมผัสเทคโนโลยีเออาร์และทดลองวัดค่าความร้อนด้วยแสงอินฟราเรดด้วยครับชั้นที่ 3 ไขความลับของธรรมชาติและภัยพิบัติพอขึ้นมาถึงชั้นสาม บรรยากาศจะเปลี่ยนเป็นเรื่องของกฎทางกลศาสตร์ คณิตศาสตร์ และการหักเหของแสงครับ มีการจัดแสดงภาพเสียงโฮโลแกรมที่ดูสมจริงสุดๆ แต่สิ่งที่แต้มคิดว่ามีประโยชน์และอยากให้ทุกคนตั้งใจดูคือโซนภัยพิบัติและปรากฏการณ์เรือนกระจกครับ เขาจำลองสถานการณ์ให้เราเห็นภาพชัดเจนเลยว่าภาวะโลกร้อนส่งผลกระทบระยะยาวที่น่ากลัวแค่ไหน พร้อมสอนแนวทางการรับมือและวิธีเอาตัวรอดจากภัยธรรมชาติ ซึ่งเป็นความรู้ที่เอาไปใช้รอดชีวิตได้จริงครับชั้นที่ 4 สำรวจร่างกายมนุษย์และโภชนาการปิดท้ายกันที่ชั้นสี่ครับ ชั้นนี้เหมาะกับทุกเพศทุกวัยมากๆ เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัวอย่างกลไกการทำงานของร่างกายมนุษย์ เราจะได้เรียนรู้ภาพจำลองอวัยวะส่วนต่างๆ ว่ามีหน้าที่แตกต่างกันอย่างไร นอกจากนี้ยังมีโซนธรรมชาติที่สอนเรื่องโภชนาการ การเลือกกินอาหารให้ได้แร่ธาตุที่ครบถ้วนตามตารางธาตุ มีเกมสนุกๆ ให้ทดลองเล่นเพื่อกระตุ้นความคิดและความจำด้วยครับ แต้มสังเกตเห็นน้องๆ นักเรียนสนุกสนานกับโซนนี้กันมากเลยทีเดียวก่อนจะไปเที่ยวกัน แต้มขอฝากข้อควรระวังและข้อมูลสำคัญไว้นิดนึงครับ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดให้เข้าชมฟรีตั้งแต่เวลาเก้าโมงเช้าถึงห้าโมงเย็น โดยจะเปิดให้บริการวันอังคารถึงวันอาทิตย์ สิ่งสำคัญที่สุดที่แต้มเจอมากับตัวคือเพื่อนๆ ไม่สามารถเดินเข้าไปแบบสุ่มสี่สุ่มห้าได้นะครับ จะต้องทำการจองล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชันวีแชตเท่านั้น แต้มแนะนำให้จองล่วงหน้าหลายๆ วันเพราะโควตาเข้าชมเต็มไวมากๆ โดยเฉพาะช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ครับสรุปแล้วการมาเที่ยวพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งนี้ถือเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าและเปิดโลกทัศน์มากๆ ครับ ไม่ว่าเพื่อนๆ จะมาเที่ยวคนเดียว มาดูงาน หรือมาแบบครอบครัวก็รับรองว่าได้ทั้งความสนุกและความรู้กลับไปเต็มกระเป๋าแน่นอน หากใครมีแพลนไปเที่ยวเฉิงตูอย่าลืมจดที่นี่ลงไปในแผนการเดินทางนะครับ แล้วเพื่อนๆ ละครับมีความสนใจนิทรรศการวิทยาศาสตร์โซนไหนมากที่สุด คอมเมนต์มาพูดคุยแชร์ความคิดเห็นกับแต้มด้านล่างนี้ได้เลยนะครับ แต้มรออ่านของทุกคนอยู่ครับ URL Copied ใช้ร่วมกัน รับลิงก์ Facebook X Pinterest อีเมล แอปอื่นๆ แสดงความคิดเห็น ความคิดเห็น
สวัสดีครับเพื่อนๆ แต้มเองครับ วันนี้แต้มจะพาไปเปิดหูเปิดตาที่เมืองเฉิงตูกันครับ หลายคนอาจจะคิดว่าเมืองนี้มีดีแค่ความน่ารักของน้องแพนด้ากับรสชาติเผ็ดชาของหม่าล่า แต่จากการที่แต้มได้มีโอกาสไปคลุกคลีและเดินทางท่องเที่ยวในจีนมาพักใหญ่ แต้มค้นพบว่าเฉิงตูเป็นเมืองที่ล้ำหน้าด้านเทคโนโลยีมากๆ สถานที่หนึ่งที่แต้มประทับใจสุดๆ และอยากแนะนำให้ทุกคนต้องแวะไปให้ได้เลยก็คือ Sichuan Science and Technology Museum หรือพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเสฉวนนั่นเองครับ รับรองว่ามาที่นี่แล้วจะเดินเพลินจนลืมเวลาแน่นอน
ทำไมถึงต้องมาเยือนพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งนี้
ที่นี่ไม่ใช่แค่ตึกเก็บของเก่าครับ แต่เป็นแหล่งรวบรวมนวัตกรรมที่จัดแสดงให้เราดูแบบอินเทอร์แอกทีฟ ซึ่งเขาแบ่งพื้นที่จัดแสดงออกเป็นชั้นๆ รวมแล้วมีโซนให้เดินดูมากกว่ายี่สิบโซนเลยทีเดียว เดี๋ยวแต้มจะพาค่อยๆ เดินทัวร์ไปทีละชั้นตามแผนผังที่แต้มได้มานะครับ
ชั้นที่ 1 ทะยานสู่อวกาศและโลกการบิน
พอเดินพ้นประตูทางเข้าปุ๊บ แต้มถึงกับต้องร้องว้าวเลยครับ เพราะโถงอาคารชั้นแรกเขาจัดเต็มเรื่องเทคโนโลยีอวกาศและการบิน
ใครที่ชอบเรื่องราวของจักรวาลแบบแต้มจะต้องหลงรักโซนนี้แน่ๆ เขาจำลองสถานีอวกาศมาให้เราดูเลยว่านักบินอวกาศใช้ชีวิตกันอย่างไรในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง กินนอนกันแบบไหนให้รอดในอวกาศ นอกจากนี้ยังมีโมเดลเครื่องบินและดาวเทียมให้ดูพร้อมคำอธิบายการทำงานของกล้องโทรทรรศน์ที่เข้าใจง่ายมาก แต้มขลุกอยู่โซนรู้นี้นานเป็นพิเศษเลยครับ
ชั้นที่ 2 โลกแห่งเครื่องจักรกลและหุ่นยนต์สุดล้ำ
ขยับขึ้นมาที่ชั้นสองกันบ้างครับ ชั้นนี้จะเน้นเรื่องกลไกเครื่องจักรและพลังงานเป็นหลัก มีตั้งแต่การจำลองโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไปจนถึงเครื่องกำเนิดพลังงานคลื่นใต้น้ำ แต่ไฮไลต์เด็ดที่แต้มเห็นคนมุงดูกันเยอะมากคือโซนนิทรรศการหุ่นยนต์ครับ มีทั้งหุ่นยนต์ที่สามารถคิดคำนวณเล่นหมากล้อมแข่งกับคนได้ หุ่นยนต์เล่นเครื่องดนตรี และหุ่นยนต์ปลาที่ว่ายน้ำได้เนียนตาเหมือนของจริงมากๆ
รวมถึงมีโซนโลกเสมือนจริงที่ให้เราได้สัมผัสเทคโนโลยีเออาร์และทดลองวัดค่าความร้อนด้วยแสงอินฟราเรดด้วยครับ
ชั้นที่ 3 ไขความลับของธรรมชาติและภัยพิบัติ
พอขึ้นมาถึงชั้นสาม บรรยากาศจะเปลี่ยนเป็นเรื่องของกฎทางกลศาสตร์ คณิตศาสตร์ และการหักเหของแสงครับ มีการจัดแสดงภาพเสียงโฮโลแกรมที่ดูสมจริงสุดๆ แต่สิ่งที่แต้มคิดว่ามีประโยชน์และอยากให้ทุกคนตั้งใจดูคือโซนภัยพิบัติและปรากฏการณ์เรือนกระจกครับ เขาจำลองสถานการณ์ให้เราเห็นภาพชัดเจนเลยว่าภาวะโลกร้อนส่งผลกระทบระยะยาวที่น่ากลัวแค่ไหน พร้อมสอนแนวทางการรับมือและวิธีเอาตัวรอดจากภัยธรรมชาติ ซึ่งเป็นความรู้ที่เอาไปใช้รอดชีวิตได้จริงครับ
ชั้นที่ 4 สำรวจร่างกายมนุษย์และโภชนาการ
ปิดท้ายกันที่ชั้นสี่ครับ ชั้นนี้เหมาะกับทุกเพศทุกวัยมากๆ เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัวอย่างกลไกการทำงานของร่างกายมนุษย์ เราจะได้เรียนรู้ภาพจำลองอวัยวะส่วนต่างๆ ว่ามีหน้าที่แตกต่างกันอย่างไร นอกจากนี้ยังมีโซนธรรมชาติที่สอนเรื่องโภชนาการ การเลือกกินอาหารให้ได้แร่ธาตุที่ครบถ้วนตามตารางธาตุ มีเกมสนุกๆ ให้ทดลองเล่นเพื่อกระตุ้นความคิดและความจำด้วยครับ แต้มสังเกตเห็นน้องๆ นักเรียนสนุกสนานกับโซนนี้กันมากเลยทีเดียว
ก่อนจะไปเที่ยวกัน แต้มขอฝากข้อควรระวังและข้อมูลสำคัญไว้นิดนึงครับ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดให้เข้าชมฟรีตั้งแต่เวลาเก้าโมงเช้าถึงห้าโมงเย็น โดยจะเปิดให้บริการวันอังคารถึงวันอาทิตย์ สิ่งสำคัญที่สุดที่แต้มเจอมากับตัวคือเพื่อนๆ ไม่สามารถเดินเข้าไปแบบสุ่มสี่สุ่มห้าได้นะครับ จะต้องทำการจองล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชันวีแชตเท่านั้น แต้มแนะนำให้จองล่วงหน้าหลายๆ วันเพราะโควตาเข้าชมเต็มไวมากๆ โดยเฉพาะช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ครับ
สรุปแล้วการมาเที่ยวพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งนี้ถือเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าและเปิดโลกทัศน์มากๆ ครับ ไม่ว่าเพื่อนๆ จะมาเที่ยวคนเดียว มาดูงาน หรือมาแบบครอบครัวก็รับรองว่าได้ทั้งความสนุกและความรู้กลับไปเต็มกระเป๋าแน่นอน หากใครมีแพลนไปเที่ยวเฉิงตูอย่าลืมจดที่นี่ลงไปในแผนการเดินทางนะครับ แล้วเพื่อนๆ ละครับมีความสนใจนิทรรศการวิทยาศาสตร์โซนไหนมากที่สุด คอมเมนต์มาพูดคุยแชร์ความคิดเห็นกับแต้มด้านล่างนี้ได้เลยนะครับ แต้มรออ่านของทุกคนอยู่ครับ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น