เทคนิคที่ 1 ใช้ Drop ส่งไฟล์และลิงก์ข้ามอุปกรณ์แบบไม่ต้องใช้สาย
แต้มค้นพบฟีเจอร์ Drop ในวันที่หงุดใจกับการส่งลิงก์จาก PC ไปยัง iPhone ครับ ปกติแต้มจะส่งหาตัวเองผ่านอีเมลหรือ LINE ซึ่งรู้สึกว่ามันเป็นวิธีที่งุ่มง่ามมากสำหรับยุคนี้ครับ พอได้ลอง Drop แล้วรู้สึกว่านี่แหละคือสิ่งที่ขาดหายไปตลอดครับ
Drop ทำงานโดยใช้ OneDrive เป็นตัวกลางในการส่งข้อมูลครับ ข้อดีคือมันไม่จำเป็นต้องให้อุปกรณ์สองเครื่องออนไลน์พร้อมกันในเวลาเดียวกัน ต่างจาก AirDrop ของ Apple ที่ต้องอยู่ในเครือข่าย Wi-Fi เดียวกันและเปิดหน้าจอพร้อมกันครับ
วิธีใช้งานบนเครื่อง PC ทำได้โดยกดที่จุดสามจุดมุมขวาบน แล้วไปที่ More tools แล้วเลือก Drop ครับ จากนั้นติดตั้ง Edge บนอุปกรณ์อื่นที่ต้องการรับไฟล์ ไม่ว่าจะเป็น Mac Android หรือ iPhone และล็อกอินด้วย Microsoft Account เดียวกันครับ
สิ่งที่แต้มอยากเตือนเป็นพิเศษคือบน Edge มือถือนั้น Drop ไม่ได้แสดงให้เห็นชัดเจนเหมือนบน PC ครับ ต้องเข้าเมนูแล้วกด All Menu จากนั้นกด Edit เพื่อแทนที่ปุ่มใดปุ่มหนึ่งบน Toolbar ด้วย Drop ก่อนครับ
วิธีเปิดทำได้ที่ Edge settings แล้วเลือก Appearance แล้วเลือก Tabs แล้วเปิด Show vertical tabs ครับ แต้มแนะนำให้เปิด Hide title bar in vertical tabs ด้วยครับ เพราะมันทำให้หน้าตาเรียบและดูโปร่งขึ้นอีกมากครับ และควรเปิด Collapse pane in the tab bar ด้วยเพื่อให้แถบแท็บยุบตัวแคบลงเมื่อไม่ได้ใช้งานครับ
เทคนิคที่ 5 ให้ AI จัดกลุ่มแท็บให้อัตโนมัติเมื่อแท็บล้นเบราว์เซอร์
แต้มมีนิสัยเปิดแท็บทิ้งไว้จำนวนมากครับ บางวันเปิดพร้อมกันเกินสามสิบแท็บจนหาแท็บที่ต้องการไม่เจอเลยครับ ฟีเจอร์ Organize tabs ของ Edge ช่วยแก้ปัญหานี้ได้ดีมากในยามฉุกเฉินครับ
แต้มเคยแนะนำให้เพื่อนที่ใช้โน้ตบุ๊กเก่าปิดฟีเจอร์นี้ และเขาบอกว่าเครื่องรู้สึกเบาขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ ปิดได้ที่ Edge settings แล้วเลือก System and performance แล้วเลือก System แล้วปิด Startup boost ครับ
เทคนิคที่ 8 ปิด Copilot และ AI ที่ไม่จำเป็นออกให้หมด
แต้มเป็นคนหนึ่งที่ไม่ได้ต้องการ AI ช่วยทุกอย่างในชีวิตการทำงานครับ บางครั้งมันรบกวนมากกว่าช่วยเหลือครับ และ Edge นั้นเปิดฟีเจอร์ AI ไว้ค่อนข้างเยอะโดยค่าเริ่มต้นครับ
สิ่งแรกที่แต้มทำคือไปที่ Edge settings แล้วเลือก AI innovations แล้วปิด Copilot Mode ครับ จากนั้นไปที่ Appearance แล้วเลือก Copilot and sidebar แล้วเลือก Copilot แล้วปิด Show Copilot button on the toolbar ครับ
ต่อจากนั้นให้กด Manage Copilot settings แล้วเลือก Privacy แล้วปิด Context clues ครับ เพื่อหยุดไม่ให้ AI ดึงข้อมูลการท่องเว็บของคุณไปใช้ครับ ยังมีตัวเลือกอื่นที่ควรปิดอีกในหัวข้อ Languages ครับ ให้ปิดทุกอย่างที่มีคำว่า AI ในคำอธิบายครับ
ทำไมแต้มถึงหันมาใช้ Edge อย่างจริงจัง
แต้มใช้เบราว์เซอร์มาแล้วหลายตัวครับ ทั้ง Chrome Firefox และ Safari แต่ละตัวก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันออกไปครับ จนกระทั่งช่วงหนึ่งที่แต้มต้องทำงานบน Windows เป็นหลัก และลองหันมาใช้ Microsoft Edge อย่างจริงจังดูบ้าง
ความรู้สึกแรกคือแปลกใจครับ เพราะ Edge ที่แต้มรู้จักในอดีตนั้นช้าและน่าเบื่อมากครับ แต่ Edge เวอร์ชันใหม่ที่สร้างบน Chromium นั้นต่างออกไปโดยสิ้นเชิงครับ มันเร็ว รองรับ Extension เดียวกับ Chrome และยังมีฟีเจอร์เฉพาะตัวที่แต้มไม่เคยเจอในเบราว์เซอร์อื่นมาก่อนครับ
วันนี้แต้มจะเล่าให้ฟังถึง 10 เทคนิคที่แต้มใช้งานจริงและคิดว่ามันเปลี่ยนวิธีการใช้เบราว์เซอร์ไปอย่างมากครับ บางอย่างซ่อนอยู่ในเมนูลึกๆ จนแทบไม่มีใครรู้ว่ามีอยู่ครับ
เทคนิคที่ 1 ใช้ Drop ส่งไฟล์และลิงก์ข้ามอุปกรณ์แบบไม่ต้องใช้สาย
แต้มค้นพบฟีเจอร์ Drop ในวันที่หงุดใจกับการส่งลิงก์จาก PC ไปยัง iPhone ครับ ปกติแต้มจะส่งหาตัวเองผ่านอีเมลหรือ LINE ซึ่งรู้สึกว่ามันเป็นวิธีที่งุ่มง่ามมากสำหรับยุคนี้ครับ พอได้ลอง Drop แล้วรู้สึกว่านี่แหละคือสิ่งที่ขาดหายไปตลอดครับ
Drop ทำงานโดยใช้ OneDrive เป็นตัวกลางในการส่งข้อมูลครับ ข้อดีคือมันไม่จำเป็นต้องให้อุปกรณ์สองเครื่องออนไลน์พร้อมกันในเวลาเดียวกัน ต่างจาก AirDrop ของ Apple ที่ต้องอยู่ในเครือข่าย Wi-Fi เดียวกันและเปิดหน้าจอพร้อมกันครับ
วิธีใช้งานบนเครื่อง PC ทำได้โดยกดที่จุดสามจุดมุมขวาบน แล้วไปที่ More tools แล้วเลือก Drop ครับ จากนั้นติดตั้ง Edge บนอุปกรณ์อื่นที่ต้องการรับไฟล์ ไม่ว่าจะเป็น Mac Android หรือ iPhone และล็อกอินด้วย Microsoft Account เดียวกันครับ
สิ่งที่แต้มอยากเตือนเป็นพิเศษคือบน Edge มือถือนั้น Drop ไม่ได้แสดงให้เห็นชัดเจนเหมือนบน PC ครับ ต้องเข้าเมนูแล้วกด All Menu จากนั้นกด Edit เพื่อแทนที่ปุ่มใดปุ่มหนึ่งบน Toolbar ด้วย Drop ก่อนครับ
เทคนิคที่ 2 เปิด Task Manager ของ Edge เพื่อหาตัวการที่ทำให้เบราว์เซอร์ช้า
แต้มเคยเจอสถานการณ์ที่ Edge ช้าผิดปกติมากโดยไม่ทราบสาเหตุครับ พัดลมเครื่องดังขึ้นเรื่อยๆ พิมพ์แล้วตัวอักษรตามไม่ทันนิ้ว และสุดท้ายแท็บบางอันก็ค้างไปเลยครับ
วิธีที่แต้มใช้แก้ปัญหานี้คือการเปิด Task Manager ที่อยู่ภายใน Edge เองครับ กดปุ่ม Shift+Esc ได้เลยครับ หรือจะไปที่จุดสามจุด แล้วเลือก More tools แล้วเลือก Browser task manager ก็ได้ครับ
สิ่งที่ทำให้ Task Manager ของ Edge ดีกว่า Task Manager ของ Windows คือมันแสดงเฉพาะกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับเบราว์เซอร์เท่านั้นครับ ทำให้ง่ายกว่ามากในการระบุว่าแท็บหรือ Extension ตัวไหนกำลังกินทรัพยากรระบบอยู่ครับ
ให้โฟกัสที่หัวข้อ Tabs and extensions ก่อนครับ มันจะแสดงการใช้ CPU และ RAM ของแต่ละแท็บและ Extension ชัดเจนมากครับ เมื่อเจอตัวการแล้วแค่กด End task เพื่อปิดทันทีครับ โดยไม่กระทบกับแท็บอื่นที่เปิดอยู่ครับ
เทคนิคที่ 3 ใช้ Split Screen เปิดสองแท็บเคียงกันโดยไม่ต้องเปิดหน้าต่างใหม่
แต้มชอบฟีเจอร์นี้มากครับ เพราะแต้มมักต้องทำงานสองอย่างพร้อมกันบ่อยๆ เช่น เปิด Google Docs ไว้ข้างหนึ่งและเปิด YouTube อีกข้างเพื่อจดโน้ตระหว่างดูวิดีโอครับ ก่อนหน้านี้แต้มต้องเปิดหน้าต่างใหม่และปรับขนาดเองทุกครั้ง ซึ่งเสียเวลาและน่ารำคาญมากครับ
Split Screen แก้ปัญหานี้ได้อย่างสมบูรณ์ครับ แต่ตำแหน่งเริ่มต้นของมันซ่อนอยู่ในเมนูจุดสามจุดซึ่งไม่สะดวกเลยครับ แต้มแนะนำให้ย้ายมันมาไว้บน Toolbar ก่อนครับ ทำได้โดยกดจุดสามจุด แล้วไปที่ Settings แล้วเลือก Appearance แล้วเลือก Toolbar แล้วเปิด Split screen ครับ
เมื่อใช้งาน Split Screen แล้ว Edge จะจำคู่แท็บที่เปิดเคียงกันไว้ตลอดที่หน้าต่างยังเปิดอยู่ครับ ไม่ต้องมาตั้งค่าใหม่ทุกครั้งครับ และยังสามารถกดจุดสามจุดในแต่ละฝั่งเพื่อสลับตำแหน่งหรือเปลี่ยนเป็นแนวตั้งได้ด้วยครับ
เทคนิคที่ 4 เปิด Vertical Tabs เพื่อคืนพื้นที่หน้าจอให้กับเนื้อหา
แต้มเปลี่ยนมาใช้ Vertical Tabs มาสักพักแล้วและบอกได้เลยว่าไม่อยากกลับไปใช้แบบแนวนอนอีกแล้วครับ เหตุผลคือจอคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่มีสัดส่วนแนวนอนอยู่แล้วครับ การที่แท็บกินพื้นที่แนวนอนไปด้วยนั้นเสียของมากครับ แต่ถ้าย้ายแท็บไปอยู่แนวตั้งด้านซ้าย พื้นที่แนวนอนทั้งหมดจะเป็นของเนื้อหาล้วนๆ ครับ
วิธีเปิดทำได้ที่ Edge settings แล้วเลือก Appearance แล้วเลือก Tabs แล้วเปิด Show vertical tabs ครับ แต้มแนะนำให้เปิด Hide title bar in vertical tabs ด้วยครับ เพราะมันทำให้หน้าตาเรียบและดูโปร่งขึ้นอีกมากครับ และควรเปิด Collapse pane in the tab bar ด้วยเพื่อให้แถบแท็บยุบตัวแคบลงเมื่อไม่ได้ใช้งานครับ
เทคนิคที่ 5 ให้ AI จัดกลุ่มแท็บให้อัตโนมัติเมื่อแท็บล้นเบราว์เซอร์
แต้มมีนิสัยเปิดแท็บทิ้งไว้จำนวนมากครับ บางวันเปิดพร้อมกันเกินสามสิบแท็บจนหาแท็บที่ต้องการไม่เจอเลยครับ ฟีเจอร์ Organize tabs ของ Edge ช่วยแก้ปัญหานี้ได้ดีมากในยามฉุกเฉินครับ
วิธีใช้คือกดลูกศรชี้ลงที่มุมซ้ายบนของหน้าต่างเบราว์เซอร์ แล้วเลือก Organize tabs ครับ Edge จะวิเคราะห์แท็บทั้งหมดและจัดกลุ่มให้ตามหมวดหมู่เนื้อหา เช่น ข่าว การเงิน และความบันเทิงครับ
แต้มต้องพูดตรงๆ ว่าการจัดกลุ่มแบบ Manual ที่คุณทำเองนั้นให้ผลดีกว่าครับ แต่เมื่อไรก็ตามที่แท็บล้นจนไม่รู้จะเริ่มจัดการจากตรงไหน ฟีเจอร์นี้คือจุดเริ่มต้นที่ดีมากครับ แล้วค่อยมาปรับละเอียดเองทีหลังได้ครับ
เทคนิคที่ 6 เปิด Energy Saver เพื่อลดการหน่วงและยืดอายุแบตเตอรี่
แต้มสังเกตว่าเวลาเปิดแท็บไว้หลายสิบอัน แบตเตอรี่ของโน้ตบุ๊กแต้มหมดเร็วผิดปกติมากครับ และเครื่องก็ร้อนขึ้นด้วยครับ
ปัญหาส่วนหนึ่งมาจากแท็บที่เปิดค้างไว้ในพื้นหลังยังคงทำงานและกินทรัพยากรอยู่ตลอดเวลาครับ
Energy Saver Mode ของ Edge แก้ปัญหานี้โดยการพักแท็บที่ไม่ได้ใช้งานอยู่ไว้ชั่วคราวครับ Microsoft ระบุว่ามันช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ได้เฉลี่ยประมาณ 25 นาทีครับ ซึ่งแต้มคิดว่าคุ้มมากสำหรับการเปิดตัวเลือกเดียวครับ
เปิดใช้งานได้ที่ Edge settings แล้วเลือก System and performance แล้วเลือก Performance แล้วเปิด Enable energy saver ครับ
เทคนิคที่ 7 ปิด Startup Boost ถ้าเครื่องคุณเริ่มทำงานช้าลง
Startup Boost คือฟีเจอร์ที่ทำให้ Edge เปิดได้เร็วขึ้นโดยการทำงานอยู่เบื้องหลังแม้จะปิดเบราว์เซอร์ไปแล้วครับ บนเครื่องที่มีสเปกแรงฟีเจอร์นี้ดีมากครับ แต่บนเครื่องที่สเปกไม่สูงนักมันกลับกลายเป็นภาระที่กิน RAM และทำให้ระบบโดยรวมช้าลงครับ
แต้มเคยแนะนำให้เพื่อนที่ใช้โน้ตบุ๊กเก่าปิดฟีเจอร์นี้ และเขาบอกว่าเครื่องรู้สึกเบาขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ ปิดได้ที่ Edge settings แล้วเลือก System and performance แล้วเลือก System แล้วปิด Startup boost ครับ
เทคนิคที่ 8 ปิด Copilot และ AI ที่ไม่จำเป็นออกให้หมด
แต้มเป็นคนหนึ่งที่ไม่ได้ต้องการ AI ช่วยทุกอย่างในชีวิตการทำงานครับ บางครั้งมันรบกวนมากกว่าช่วยเหลือครับ และ Edge นั้นเปิดฟีเจอร์ AI ไว้ค่อนข้างเยอะโดยค่าเริ่มต้นครับ
สิ่งแรกที่แต้มทำคือไปที่ Edge settings แล้วเลือก AI innovations แล้วปิด Copilot Mode ครับ จากนั้นไปที่ Appearance แล้วเลือก Copilot and sidebar แล้วเลือก Copilot แล้วปิด Show Copilot button on the toolbar ครับ
ต่อจากนั้นให้กด Manage Copilot settings แล้วเลือก Privacy แล้วปิด Context clues ครับ เพื่อหยุดไม่ให้ AI ดึงข้อมูลการท่องเว็บของคุณไปใช้ครับ ยังมีตัวเลือกอื่นที่ควรปิดอีกในหัวข้อ Languages ครับ ให้ปิดทุกอย่างที่มีคำว่า AI ในคำอธิบายครับ
เทคนิคที่ 9 ให้ Edge อ่านบทความออกเสียงให้ฟังได้เลย
นี่คือฟีเจอร์ที่แต้มพบโดยบังเอิญและชอบมากครับ เสียงที่ Edge ใช้อ่านนั้นฟังแล้วเป็นธรรมชาติมากกว่าที่แต้มคาดไว้ครับ ไม่ใช่เสียงหุ่นยนต์น่าเบื่อแบบที่เคยได้ยินจากระบบ Text-to-Speech รุ่นเก่าๆ ครับ
แต้มใช้ฟีเจอร์นี้บ่อยตอนที่ต้องการอ่านบทความยาวๆ แต่ตาล้าแล้วครับ หรือตอนที่ต้องการทำกิจกรรมอื่นไปด้วย เช่น ล้างจานหรือพับผ้าครับ มันเปลี่ยนบทความให้กลายเป็นพอดแคสต์ชั่วคราวได้เลยครับ
เข้าถึงได้โดยกดจุดสามจุด แล้วเลือก More tools แล้วเลือก Read aloud ครับ หรือกด Ctrl+Shift+U บน Windows และ Cmd+Shift+U บน Mac ได้เลยครับ ฟีเจอร์นี้มีบนเวอร์ชันมือถือด้วยครับ
เทคนิคที่ 10 ใช้ Visual Search เพื่อค้นหาสิ่งที่เห็นบนหน้าเว็บได้ทันที
เทคนิคสุดท้ายที่แต้มอยากแนะนำคือ Visual Search ครับ มันคือฟีเจอร์ที่ให้คุณคลิกขวาบนรูปภาพหรือพื้นที่ใดๆ บนหน้าเว็บ แล้วค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่เห็นได้ทันทีครับ
แต้มใช้มันบ่อยตอนดูวิดีโอแล้วเห็นสถานที่หรือสินค้าที่น่าสนใจครับ แทนที่จะต้องจำชื่อหรือถ่ายรูปหน้าจอไว้ แค่คลิกขวาแล้วเลือก Visual Search ก็ค้นหาข้อมูลได้เลยครับ
สิ่งที่ต้องรู้ก่อนใช้งานคือ Visual Search จะถ่ายภาพหน้าจอบางส่วนและส่งข้อมูลนั้นไปยัง Microsoft ครับ Edge จะแจ้งให้ทราบและขอความยินยอมก่อนใช้งานครั้งแรกครับ ถ้าคุณกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวก็ควรรับทราบข้อมูลส่วนนี้ไว้ด้วยนะครับ
ทั้งหมดนี้คือ 10 เทคนิคที่แต้มใช้งานจริงบน Microsoft Edge ครับ บางอย่างอาจดูเล็กน้อย แต่เมื่อรวมกันแล้วมันเปลี่ยนประสบการณ์การใช้เบราว์เซอร์ทั้งหมดไปได้อย่างมากครับ ลองนำไปปรับใช้ดูได้เลยนะครับ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น