ตั้งค่า Mac ครั้งแรกให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น สิ่งที่แต้มอยากบอกก่อนที่คุณจะข้ามขั้นตอนสำคัญไป



เปิดกล่อง Mac ครั้งแรก ความรู้สึกที่แต้มจำได้จนถึงทุกวันนี้

     แต้มยังจำวันที่ได้ Mac เครื่องแรกมาในมือได้ดีมากครับ กล่องสีขาวเรียบหรูที่ดูแพงตั้งแต่ยังไม่ได้เปิด พอดึงฝากล่องออกมากลิ่นแรกที่โชยขึ้นมาคือกลิ่นโลหะเย็นๆ ผสมกับกลิ่นพลาสติกใหม่ที่ยังไม่เคยถูกอากาศภายนอกครับ มันเป็นกลิ่นที่บอกได้เลยว่านี่คือของใหม่จริงๆ ยังไม่มีใครเคยแตะมาก่อน


     ตัวเครื่องเย็นเล็กน้อยตอนหยิบขึ้นมาครับ ผิวอลูมิเนียมมันลื่นมือในแบบที่รู้สึกได้ว่ามันถูกขัดมาอย่างพิถีพิถัน และพอกดปุ่มเปิดเครื่องครั้งแรก เสียงที่ได้ยินคือเสียงนิ่งเงียบครับ ไม่มีเสียงพัดลมดังครืดคราด ไม่มีเสียงฮาร์ดไดรฟ์หมุน มันเงียบและหรูหราในแบบที่แต้มไม่เคยรู้สึกได้จากคอมพิวเตอร์เครื่องไหนมาก่อนครับ


     ความรู้สึกตื่นเต้นในตอนนั้นทำให้แต้มอยากข้ามขั้นตอนทุกอย่างให้เร็วที่สุดเพื่อจะได้ใช้งานจริงๆ ครับ แต่นั่นแหละคือความผิดพลาดที่แต้มอยากเตือนทุกคนมากที่สุดในบทความนี้ครับ

Setup Assistant คืออะไร และทำไมถึงสำคัญกว่าที่คิด

     Setup Assistant คือหน้าจอตั้งค่าที่ Mac แสดงให้เห็นทันทีเมื่อเปิดเครื่องเป็นครั้งแรกครับ หลายคนมองว่ามันคือพิธีกรรมน่าเบื่อที่ต้องผ่านให้ไวที่สุด แต่ความจริงคือมันคือรากฐานของการใช้งาน Mac ทั้งหมดที่คุณจะทำในอนาคตครับ


     ถ้าตั้งค่าในขั้นตอนนี้ผิดพลาดหรือข้ามไปโดยไม่ตั้งใจ คุณอาจต้องกลับมาแก้ทีหลังซึ่งบางอย่างแก้ยากกว่าตั้งแต่แรกมากครับ แต้มเองเคยข้ามการตั้งค่าภูมิภาคไปอย่างรวดเร็ว แล้วมาพบทีหลังว่าการแสดงผลวันที่และสกุลเงินในระบบมันผิดเพี้ยนไปหมดเลยครับ ต้องนั่งมาแก้ทีละจุดซึ่งเสียเวลากว่าจะครบถ้วนครับ


     แต้มเลยอยากพาทุกคนไปดูทีละขั้นตอนว่ามีอะไรบ้างที่ต้องทำให้ถูกต้องตั้งแต่แรกครับ

ขั้นตอนที่ 1 เลือกภาษาและภูมิภาคให้ถูกต้องตั้งแต่แรก

     หน้าจอแรกที่จะเจอคือการเลือกภาษาของระบบครับ สำหรับคนไทยที่ต้องการใช้งานเป็นภาษาไทยก็เลือก ภาษาไทย ได้เลยครับ แต่แต้มเองเลือกเป็นภาษาอังกฤษครับ เพราะพบว่าการใช้ภาษาอังกฤษทำให้ค้นหาคำตอบในอินเทอร์เน็ตได้ง่ายกว่า เวลาเกิดปัญหาหรืออยากรู้วิธีตั้งค่าอะไร ชื่อเมนูภาษาอังกฤษจะตรงกับสิ่งที่คนทั่วโลกค้นหาอยู่ครับ


     ถัดจากภาษาคือการเลือกประเทศหรือภูมิภาคครับ อันนี้สำคัญมากและแต้มแนะนำให้เลือก Thailand ครับ เพราะมันส่งผลต่อการแสดงผลวันที่ เวลา สกุลเงิน และแม้แต่รูปแบบตัวเลขทศนิยมในระบบทั้งหมดครับ ถ้าเลือกผิดเป็น United States หรือประเทศอื่น วันที่จะแสดงในรูปแบบ Month/Day/Year แทนที่จะเป็น Day/Month/Year แบบที่คนไทยคุ้นเคยครับ


ขั้นตอนที่ 2 เชื่อมต่อ Wi-Fi ก่อนดำเนินการต่อ

     หลายคนคิดว่าข้ามการเชื่อมต่อ Wi-Fi ในขั้นตอนนี้ไปก่อนได้ ค่อยมาเชื่อมทีหลังครับ แต้มแนะนำอย่างยิ่งให้เชื่อมต่อในขั้นตอนนี้เลยครับ เพราะ Mac จะใช้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในการดาวน์โหลดการอัปเดตสำคัญ ตั้งค่า Apple ID และ iCloud และตรวจสอบความถูกต้องของเครื่องกับเซิร์ฟเวอร์ Apple ได้ทันทีครับ


     ถ้าข้ามไปแล้วค่อยมาเชื่อมทีหลัง หลายขั้นตอนจะต้องทำซ้ำอีกรอบครับ และในบางกรณีการตั้งค่าบางอย่างจะไม่สมบูรณ์จนกว่าจะได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตครับ เสียเวลาโดยไม่จำเป็นครับ

ขั้นตอนที่ 3 Location Services และสิ่งที่ควรเปิดไว้

     หน้าจอที่ถามว่าจะเปิด Location Services หรือไม่นั้น หลายคนรู้สึกกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวและกด ปิด ทิ้งไปครับ แต้มเข้าใจความรู้สึกนั้นดีครับ แต่ขอแนะนำให้เปิดไว้ก่อนครับ


     เหตุผลสำคัญที่สุดคือฟีเจอร์ Find My Mac ครับ ถ้าวันหนึ่ง Mac ของคุณหายหรือถูกขโมย ฟีเจอร์นี้จะช่วยให้คุณติดตามตำแหน่งของเครื่องได้ผ่านเว็บไซต์หรือ iPhone ครับ แต่มันทำงานได้ก็ต่อเมื่อ Location Services เปิดอยู่เท่านั้นครับ


     นอกจากนี้แอปอย่าง Weather, Maps และปฏิทินยังต้องการ Location Services เพื่อแสดงข้อมูลที่ถูกต้องตามพื้นที่ของคุณด้วยครับ คุณสามารถจัดการว่าแอปใดบ้างที่อนุญาตให้เข้าถึงตำแหน่งได้ในภายหลังผ่าน System Settings ครับ ดังนั้นการเปิดไว้ก่อนแล้วค่อยมาปรับละเอียดทีหลังนั้นสะดวกกว่ามากครับ

ขั้นตอนที่ 4 Touch ID และรหัสผ่าน อย่าข้ามเด็ดขาด

     นี่คือขั้นตอนที่แต้มเน้นย้ำมากที่สุดครับ การตั้งค่า Touch ID และรหัสผ่านคือด่านแรกของความปลอดภัยทั้งหมดของเครื่องคุณครับ อย่าคิดว่าจะข้ามไปตั้งทีหลังได้ครับ เพราะถ้าไม่มีรหัสผ่าน ใครก็ตามที่หยิบ Mac ของคุณขึ้นมาก็เปิดใช้งานและเข้าถึงข้อมูลทุกอย่างได้ทันทีครับ


     สำหรับ Touch ID แต้มแนะนำให้ลงทะเบียนนิ้วอย่างน้อยสองนิ้วครับ แต้มเองลงทะเบียนนิ้วหัวแม่มือขวาและนิ้วชี้ขวาไว้ครับ เหตุผลคือบางครั้งนิ้วอาจเปียกน้ำหรือมีรอยแผลเล็กน้อย ซึ่งทำให้ Touch ID อ่านลายนิ้วมือไม่ได้ครับ การมีนิ้วสำรองไว้อีกนิ้วช่วยให้ไม่ต้องพิมพ์รหัสผ่านทุกครั้งครับ


     รหัสผ่านที่ตั้งควรเป็นรหัสที่จำได้แต่คาดเดาได้ยากครับ แต้มแนะนำให้หลีกเลี่ยงรหัสที่เป็นวันเกิดหรือชื่อตัวเองครับ ใช้ตัวอักษรผสมตัวเลขและอักขระพิเศษจะปลอดภัยกว่ามากครับ


ขั้นตอนที่ 5 Screen Time ฟีเจอร์ที่คนมักข้ามแต่มีประโยชน์กว่าที่คิด

     หน้าจอ Screen Time ในขั้นตอน Setup Assistant นั้น หลายคนมักข้ามไปเพราะคิดว่ามันมีไว้สำหรับผู้ปกครองที่ต้องการจำกัดการใช้งานของเด็กเท่านั้นครับ แต้มก็เคยคิดแบบนั้นเหมือนกันครับ


     แต่หลังจากที่ลองเปิดใช้งาน Screen Time กับตัวเองดูครับ แต้มถึงได้รู้ว่าตัวเองใช้เวลากับ Safari ไปนานแค่ไหนต่อวัน ตัวเลขที่ขึ้นมานั้นทำให้แต้มตกใจกับตัวเองมากครับ เพราะไม่เคยรู้ตัวเลยว่าเสียเวลาไปกับการท่องเน็ตโดยไม่มีจุดหมายถึงขนาดนั้นครับ


     Screen Time ยังมีฟีเจอร์ Downtime ที่ช่วยตั้งเวลาให้ Mac จำกัดการเข้าถึงแอปบางตัวในช่วงเวลาที่กำหนดได้ด้วยครับ แต้มใช้มันเพื่อตัดตัวเองออกจาก Social Media ในช่วงทำงานครับ ได้ผลดีกว่าที่คิดมากครับ

สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษและเกร็ดที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้

     มีสิ่งหนึ่งในขั้นตอน Setup Assistant ที่แต้มอยากเตือนเป็นพิเศษครับ นั่นคือหน้าจอที่ถามว่าต้องการโอนข้อมูลจากเครื่องเก่าหรือไม่ครับ ถ้าคุณเพิ่งซื้อ Mac เป็นเครื่องแรกและไม่มีข้อมูลจากเครื่องเก่าที่ต้องการโอน ให้เลือก Don't transfer any information ครับ อย่าเลือกโอนข้อมูลจาก PC เพราะถ้าโอนโดยไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น บางครั้งไฟล์และการตั้งค่าที่โอนมาอาจทำให้ระบบทำงานช้าลงหรือมีข้อผิดพลาดโดยไม่จำเป็นครับ


     อีกเรื่องที่น้อยคนสังเกตคือในขั้นตอนที่ถามเรื่อง Analytics ที่จะส่งข้อมูลการใช้งานไปให้ Apple ครับ แต้มเลือกเปิดไว้ครับ เพราะข้อมูลที่ส่งไปนั้นเป็นแบบไม่ระบุตัวตนและช่วยให้ Apple พัฒนาระบบให้ดีขึ้นในอนาคตครับ แต่ถ้าคุณกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวก็สามารถปิดได้โดยไม่มีผลกระทบต่อการใช้งานครับ


     สิ่งสุดท้ายที่แต้มอยากฝากไว้สำหรับขั้นตอน Setup Assistant คือให้ใจเย็นและอ่านทุกหน้าจอให้ครบก่อนกดถัดไปครับ ใช้เวลาไม่เกิน 15 นาทีในการทำให้ครบทุกขั้นตอนครับ แต่มันจะช่วยประหยัดเวลาของคุณในอนาคตได้มากกว่านั้นหลายเท่าครับ การตั้งค่าที่ถูกต้องตั้งแต่แรกคือของขวัญที่ดีที่สุดที่คุณจะมอบให้ตัวเองในฐานะผู้ใช้ Mac มือใหม่ครับ

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น