จากหมู่บ้านชาวประมงสู่เมืองไฮเทคระดับโลก


     สวัสดีครับทุกคน กลับมาพบกับแต้มอีกครั้งนะครับ วันนี้ผมมีเรื่องราวที่น่าทึ่งและเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจเกี่ยวกับหน้าประวัติศาสตร์การสร้างชาติของจีนยุคใหม่มาเล่าให้ฟังกันครับ หลายคนอาจจะเคยได้ยินเรื่องการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดดของประเทศจีนผ่านหน้าจอข่าวสารกันมาบ้างแล้วใช่ไหมครับ


     แต่จากประสบการณ์ตรงที่ผมได้แบกกระเป๋าไปสัมผัสและใช้ชีวิตคลุกคลีอยู่ในเมืองใหญ่ ที่ซึ่งอดีตเคยเป็นเพียงพื้นที่เกษตรกรรมอันห่างไกลความเจริญมาก่อน ผมสามารถบอกได้เต็มปากเลยครับว่าของจริงที่อยู่ตรงหน้านั้นมันน่าเหลือเชื่อและยิ่งใหญ่กว่าในข่าวโทรทัศน์เสียอีกครับ มันคือการพลิกโฉมหน้าแผ่นดินที่รวดเร็วจนน่าขนลุกเลยทีเดียวครับ


     วันนี้แต้มเลยอยากจะพาทุกคนเดินทางย้อนรอยดูว่า ประเทศจีนสามารถเปลี่ยนผ่านจากประเทศที่เน้นการทำเกษตรกรรมและหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ริมฝั่งทะเล ให้กลายมาเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีล้ำสมัยของโลกได้อย่างไรในเวลาเพียงไม่กี่ทศวรรษครับ ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้รวบรวมมาจากสิ่งที่ผมได้ทอดสายตามองเห็นผ่านตึกระเบียงหอพัก และจากการนั่งจิบชาพูดคุยกับคนรุ่นอากงอาม่าชาวจีนครับ ใครที่ชอบเรื่องราวของการพัฒนาเมืองและการวางแผนอนาคต ตามผมมาดูความมหัศจรรย์นี้ไปพร้อมๆ กันเลยครับ

สัมผัสความต่างของกาลเวลาบนผืนแผ่นดินเซินเจิ้น

     ตอนที่ผมมีโอกาสไปเยือนมหานครเซินเจิ้น 深圳 Shēnzhèn เป็นครั้งแรก ผมแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเลยครับว่าเมื่อย้อนกลับไปประมาณสี่สิบกว่าปีก่อน แผ่นดินที่เจริญรุ่งเรืองแห่งนี้เคยเป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมงขนาดเล็กที่มีประชากรอาศัยอยู่เพียงไม่กี่หมื่นคนเท่านั้นครับ ภาพที่ผมเห็นกระแทกตาในตอนนี้คือป่าตึกระฟ้าสไตล์โมเดิร์นที่สูงเสียดฟ้าตั้งตระหง่านเรียงรายสุดลูกหูลูกตาครับ


     การจราจรบนท้องถนนหลวงกว้างขวางเต็มไปด้วยรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่วิ่งสัญจรไปมาอย่างเงียบเชียบ ไร้ซึ่งเสียงคำรามของเครื่องยนต์แบบเก่าครับ ห้างสรรพสินค้าแต่ละแห่งก็ถูกออกแบบมาอย่างล้ำสมัยราวกับหลุดออกมาจากฉากในภาพยนตร์ไซไฟโลกอนาคต รสสัมผัสของอากาศในเมืองใหญ่ของจีนยุคใหม่ ไม่ได้มีกลิ่นควันไอเสียรถยนต์ที่เหม็นฉุนเหมือนที่หลายคนเคยจินตนาการกังวลไว้นะครับ แต่มันคือความรู้สึกของความสะอาดและความก้าวหน้าทางวิศวกรรมที่สูดเข้าปอดได้อย่างเต็มอิ่มครับ


     เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่คนภายนอกไม่ค่อยรู้คือ ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาเมืองแห่งนี้ มีคำศัพท์เฉพาะที่เรียกกันว่า เซินเจิ้นซู่ตู้ 深圳速度 Shēnzhèn sùdù หรือความเร็วระดับเซินเจิ้นครับ ซึ่งเป็นคำกล่าวขานที่หมายถึงความสามารถในการสร้างตึกระฟ้าหนึ่งชั้นให้เสร็จสมบูรณ์ภายในเวลาเพียงแค่สามวันเท่านั้นครับ ความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวและความเร็วระดับพระกาฬนี้คือสิ่งที่ทำให้ผมอึ้งทุกครั้งที่ได้เดินสำรวจเมืองต่างๆ ในจีนครับ มันสะท้อนให้เห็นถึงพลังของการวางแผนงานที่เฉียบขาดและหยาดเหงื่อของแรงงานนับล้านที่ร่วมกันสร้างชาติครับ


การวางรากฐานเทคโนโลยีที่เปลี่ยนวิถีชีวิตคนเดินถนน

     ความมหัศจรรย์ของการพัฒนาเมืองที่ผมเห็นกับตาไม่ใช่แค่ตึกคอนกรีตที่สูงขึ้นเท่านั้นนะครับ แต่มันคือความแนบเนียนของการแทรกซึมเทคโนโลยีขั้นสูงระดับ เกาเคอจี้ 高科技 gāokējì เข้าไปอยู่ในทุกๆ จังหวะการใช้ชีวิตประจำวันของคนเดินถนนธรรมดาครับ จากอดีตที่คนจีนต้องพกเงินสดเป็นฟ่อนๆ หนาเตอะและต้องยืนรอต่อคิวซื้อตั๋วรถไฟยาวเหยียดข้ามวันข้ามคืน ปัจจุบันทุกอย่างถูกย่อส่วนลงมาอยู่ในหน้าจอสมาร์ทโฟนเพียงเครื่องเดียวอย่างสมบูรณ์แบบครับ


     เสียงจังหวะดนตรีสั้นๆ ที่แจ้งเตือนการโอนเงินสำเร็จดังขึ้นเบาๆ ในตลาดสดตอนเช้าตรู่ ขณะที่คุณยายแม่ค้าขายผักสดกำลังยื่นป้ายสแกนคิวอาร์โค้ด หรือ เอ้อร์เหวยหม่า 二维码 èrwéimǎ เพื่อรับเงินจากลูกค้า มันคือภาพสะท้อนที่ทำให้ผมรู้สึกว่าประเทศจีนได้ก้าวข้ามผ่านประวัติศาสตร์ความยากลำบากเดิมไปไกลมากแล้วครับ เทคโนโลยีเข้าถึงคนทุกเพศทุกวัยอย่างแท้จริงครับ


     กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารสตรีทฟู้ด ลู่เปียนทาน 路边摊 lùbiāntān รสจัดจ้านที่ลอยปะปนมากับความทันสมัยของระบบขนส่งมวลชนอย่างรถไฟความเร็วสูงที่มาตรงเวลาเป๊ะระดับวินาที คือเสน่ห์อันน่าหลงใหลที่ผมประทับใจที่สุดในเมืองไฮเทคเหล่านี้ครับ ประสบการณ์ตรงที่ผมเคยลืมกระเป๋าสตางค์ทิ้งไว้ที่ห้องพัก แต่ยังสามารถใช้ชีวิตอยู่นอกบ้าน ซื้อข้าว ซื้อน้ำ ขึ้นรถเมล์ได้ทั้งวันโดยไม่มีปัญหาติดขัดเลย ทำให้ผมตระหนักได้ว่าเทคโนโลยีที่ดีที่สุดคือเทคโนโลยีที่ทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นจนเราแทบไม่ต้องนึกถึงการมีอยู่ของมันครับ


การออกแบบเมืองที่ใส่ใจพื้นที่สีเขียวท่ามกลางป่าคอนกรีต

     เรื่องที่ผมมองว่าเป็นความวิจิตรบรรจงและมหัศจรรย์อีกอย่างหนึ่งคือ การที่รัฐบาลจีนสามารถสร้างพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ควบคู่ไปกับการขยายเมืองไฮเทคได้อย่างลงตัวไร้รอยต่อครับ อย่างเช่นในเมืองเฉิงตู 成都 Chéngdū ที่ผมเคยอาศัยอยู่ แม้ที่นี่จะเป็นเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจทางตะวันตกที่เติบโตเร็วมาก แต่ผมยังสามารถหามุมพักผ่อน ทางเดินปูหินใต้ร่มไม้ใหญ่ และสวนสาธารณะขนาดมหึมาที่ตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์ได้เสมอครับ


     บรรยากาศการเดินเล่นทอดน่องในสวนสาธารณะช่วงเย็นย่ำ ท่ามกลางเสียงนกร้องเจื้อยแจ้วที่สอดประสานเข้ากับเสียงสั่นสะเทือนเบาๆ ของขบวนรถไฟใต้ดินที่กำลังวิ่งอยู่ลึกลงไปใต้ฝ่าเท้าของเรา คือความสมดุลระหว่างธรรมชาติกับความเจริญที่ประเทศจีนทำได้ดีมากครับ รสสัมผัสของลมเย็นๆ ที่พัดหอบเอาความชื้นผ่านสวนน้ำกลางเมืองมาปะทะใบหน้า มันช่วยลดอุณหภูมิความร้อนระอุของป่าคอนกรีตให้เย็นลงได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจครับ


     ที่ประเทศจีนเขามีแนวคิดการวางผังเมืองที่ล้ำหน้ามากเรียกว่าเมืองฟองน้ำ หรือ ไห่เหมียนเฉิงซื่อ 海绵城市 hǎimián chéngshì ครับ ซึ่งเป็นการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานของเมืองให้สามารถกักเก็บ ดูดซับ และระบายน้ำฝนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมและนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ครับ สิ่งนี้คือจุดที่ผมอยากให้ทุกคนเห็นว่าเบื้องหลังตึกระฟ้าที่มีแสงไฟสาดส่องสวยงามนั้น มีงานวิศวกรรมที่ละเอียดอ่อนและใส่ใจสิ่งแวดล้อมซ่อนอยู่เบื้องหลังเสมอครับ


บทสรุปแห่งความภูมิใจและการก้าวสู่อนาคตปีสองพันยี่สิบหก

     การได้มีโอกาสหยุดยืนมองย้อนกลับไปศึกษาประวัติศาสตร์การพัฒนาอันรวดเร็วของประเทศจีน ทำให้ผมเข้าใจได้อย่างลึกซึ้งเลยครับว่า ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกนี้ไม่ได้ตกลงมาจากฟ้าหรือมาจากโชคช่วยแต่อย่างใดครับ แต่มันถูกกลั่นกรองมาจากวิสัยทัศน์ของผู้นำที่มองการณ์ไกล การทำงานอย่างหนักหน่วงทุ่มเทของประชากรทั้งประเทศ และการเปิดรับนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างไม่หยุดยั้งครับ


     ภาพการเปลี่ยนผ่านจากหมู่บ้านชาวประมงที่เงียบเหงา สู่มหานครที่สว่างไสวและถูกควบคุมด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ในปัจจุบัน คือบทพิสูจน์ชั้นยอดที่บอกให้โลกรับรู้ว่า ไม่มีสิ่งใดในโลกนี้ที่เป็นไปไม่ได้หากมนุษย์มีความตั้งใจจริงและมีวินัยครับ การเดินทางของพวกเขายังคงมุ่งหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดพักครับ


     ผมหวังเป็นอย่างยิ่งครับว่าเรื่องราวความมหัศจรรย์ของการสร้างเมืองที่ผมตั้งใจนำมาถ่ายทอดให้ฟังในวันนี้ จะช่วยให้ทุกคนเห็นภาพความยิ่งใหญ่ของประเทศจีนในมุมมองที่ลึกซึ้งและรอบด้านขึ้นนะครับ และหวังว่ามันจะเป็นแรงบันดาลใจชั้นดีให้พวกเราทุกคนกล้าที่จะมองเห็นความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการพัฒนาตัวเองและสังคมในอนาคตครับ ขอบคุณทุกคนจากใจที่ร่วมย้อนดูประวัติศาสตร์ความไฮเทคไปกับแต้มจนจบในวันนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้า กับสาระน่ารู้จากแดนมังกรที่ผมจะคัดสรรนำมาฝากกันอีกแน่นอนครับ

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น