หอพักนักศึกษาที่จีนสะดวกหรือลำบากกันแน่ แชร์ประสบการณ์ตรงจากเฉิงตูฉบับแต้มเล่าให้ฟัง


     สวัสดีครับทุกคน กลับมาพบกับแต้มอีกครั้งนะครับ วันนี้ผมจะพาทุกคนย้อนเวลากลับไปเปิดกล่องความทรงจำ เพื่อดูลักษณะการใช้ชีวิตในอดีตของผมตอนที่ยังเป็นนักศึกษาอยู่ที่เมืองเฉิงตู 成都 Chéngdū มณฑลเสฉวน 四川 Sìchuān ครับ หัวข้อที่หลายคนทักข้อความเข้ามาถามผมเยอะมากที่สุดคือเรื่องความเป็นอยู่ในหอพักนักศึกษาครับ บางคนก็บอกว่าหอพักที่จีนลำบากมากเหมือนในซีรีส์ย้อนยุค แต่บางคนก็บอกว่าทันสมัยสุดๆ จนเลือกเชื่อไม่ถูกเลยครับ


     จากประสบการณ์ตรงที่ผมได้แบกกระเป๋าไปสัมผัสและใช้ชีวิตกินนอนอยู่ในหอพักนักศึกษา ซู่เซ่อ 宿舍 sùshè ที่เฉิงตูมาหลายปี ผมสามารถบอกได้เต็มปากเลยครับว่ามันมีทั้งมุมที่สะดวกสบายล้ำสมัยจนน่าตกใจ และมุมที่ต้องปรับตัวกันยกใหญ่จนแอบมีน้ำตาซึมในช่วงแรกเลยทีเดียวครับ ชีวิตการอยู่หอพักที่นี่คือการเรียนรู้นอกห้องเรียนที่เข้มข้นและสอนให้เราเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วมากครับ


     วันนี้แต้มเลยอยากจะมารีวิวหอพักที่จีนแบบเจาะลึกทุกซอกทุกมุม พร้อมเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดๆ เลยครับว่ามีความแตกต่างจากหอพักในไทยบ้านเราอย่างไรบ้างครับ ใครที่กำลังวางแผนจะไปเรียนต่อที่ประเทศจีน หรือแค่สงสัยว่านักศึกษาที่นั่นเขาใช้ชีวิตอยู่กันอย่างไร ตามผมมาสำรวจและสูดบรรยากาศของหอพักในเฉิงตูไปพร้อมๆ กันเลยครับ

สัมผัสแรกในห้องพัก พื้นที่จำกัดที่มาพร้อมระบบระเบียบ

     ภาพแรกที่ผมเห็นติดตาตอนไขกุญแจเปิดประตูห้องพักเข้าไปคือ โครงเตียงนอนเหล็กสองชั้นที่จัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบสำหรับนักศึกษาสี่คนในห้องเดียวครับ หอพักนักศึกษาในจีนส่วนใหญ่จะเน้นการอยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ครับ ซึ่งจะแตกต่างจากที่ไทยที่มักจะอยู่กันแค่สองคนต่อห้องเป็นส่วนใหญ่ กลิ่นของน้ำยาถูพื้นฆ่าเชื้อจางๆ ผสมกับกลิ่นไม้เก่าๆ และแสงแดดอ่อนๆ ที่ลอดผ่านหน้าต่างบานใหญ่เข้ามาสะท้อนกับโต๊ะเขียนหนังสือ คือบรรยากาศที่ผมต้องใช้เวลาปรับตัวอยู่พักใหญ่เลยครับ


     สิ่งที่ผมรู้สึกชอบและประทับใจมากคือการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ครับ ใต้เตียงนอนของแต่ละคนจะเป็นโต๊ะทำงานส่วนตัวและตู้เสื้อผ้าในตัวเลยครับ คนจีนเรียกโครงสร้างแบบนี้ว่า ซ่างชวงเซี่ยจัว 上床下桌 shàng chuáng xià zhuō ซึ่งแปลว่าเตียงอยู่ด้านบนและโต๊ะอยู่ด้านล่างครับ มันเป็นการบริหารใช้พื้นที่ที่คุ้มค่ามาก และทำให้เรามีอาณาเขตส่วนตัวเล็กๆ เป็นของตัวเองท่ามกลางเพื่อนร่วมห้องชาวจีนครับ


     เสียงหัวเราะร่วนและเสียงพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวของเพื่อนร่วมห้อง หรือ ซื่อโหย่ว 室友 shìyǒu ในช่วงเย็นหลังเลิกเรียน คือเสน่ห์สำคัญที่ทำให้ผมไม่รู้สึกเหงาเลยแม้จะอยู่ห่างไกลบ้านเกิดนับพันกิโลเมตรครับ แต่นั่นก็หมายความว่าเราต้องเรียนรู้ที่จะเคารพพื้นที่ส่วนตัวและเวลาพักผ่อนของคนอื่นให้มากขึ้นเป็นสองเท่าเลยครับ เป็นการฝึกความเกรงใจชั้นดีเลยครับ


ระบบน้ำร้อนและการจัดการไฟฟ้า ความต่างที่ต้องเรียนรู้

     เรื่องที่ผมมองว่ารู้สึกลำบากและท้าทายที่สุดในช่วงเดือนแรกคือระบบการใช้น้ำร้อนและไฟฟ้าภายในหอพักครับ ซึ่งต่างจากหอพักที่ไทยที่ส่วนใหญ่เราจะสามารถเปิดแอร์และใช้น้ำได้แบบไม่จำกัด แล้วค่อยไปจ่ายบิลตามยอดจริงตอนสิ้นเดือนครับ แต่ที่หอพักในเฉิงตู เราต้องใช้บัตรนักศึกษาในการเติมเงินเข้าไปในระบบเพื่อใช้ไฟฟ้าและน้ำร้อนครับ หากเงินในบัตรหมดกะทันหัน ไฟฟ้าและน้ำอุ่นก็จะถูกตัดระบบทันทีแบบไม่มีการส่งเสียงเตือนล่วงหน้าเลยครับ


     รสสัมผัสของน้ำอุ่นที่ไหลผ่านร่างกายในหน้าหนาวที่อุณหภูมิติดลบของเมืองเฉิงตูคือสวรรค์ที่แท้จริงครับ แต่การที่ต้องคอยพะวงและคำนวณไม่ให้บัตรหมดเงินระหว่างที่กำลังสระผมจนฟองเต็มหัว ก็เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นและลุ้นระทึกไม่น้อยเลยครับ คนจีนเรียกบัตรเติมน้ำนี้ว่า สุ่ยข่า 水卡 shuǐkǎ ซึ่งเป็นไอเทมที่นักศึกษาทุกคนต้องคล้องคอติดตัวไว้ตลอดเวลาประหนึ่งของขวัญล้ำค่าครับ


     เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่คนไทยหลายคนอาจจะไม่ค่อยรู้มาก่อนคือ หอพักนักศึกษาที่จีนมักจะมีระบบการตัดไฟส่วนกลางในช่วงกลางคืนครับ หรือที่เรียกว่า ต้วนเตี้ยน 断电 duàndiàn โดยปกติจะตัดไฟตอนห้าทุ่มตรง เพื่อบังคับให้นักศึกษาได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่และช่วยมหาวิทยาลัยประหยัดพลังงานครับ ตอนแรกผมรู้สึกอึดอัดมากครับที่เล่นเกมหรือดูหนังดึกๆ ไม่ได้เหมือนตอนอยู่ไทย แต่พอเวลาผ่านไปสักพัก ผมกลับพบว่าตารางชีวิตและสุขภาพของผมดีขึ้นมาก และมีสมาธิกับการเรียนในตอนเช้ามากขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อครับ


สิ่งอำนวยความสะดวกในหอพัก ความทันสมัยที่ซ่อนอยู่ในตึกเก่า

     แม้ว่าโครงสร้างตึกหอพักที่ผมอาศัยอยู่จะมองดูภายนอกค่อนข้างเก่าและดูขรึมตามสไตล์สถาปัตยกรรมจีนยุคก่อน แต่ระบบข้างในกลับมีความทันสมัยที่ก้าวกระโดดจนน่าทึ่งมากครับ โดยเฉพาะเรื่องการจัดการพัสดุขยะและการสั่งของออนไลน์ครับ ที่บริเวณลานกว้างใต้ตึกหอพักจะมีตู้รับพัสดุอัจฉริยะ ไคว่ตี้กุ้ย 快递柜 kuàidìguì ที่มีขนาดใหญ่โตมโหฬารตั้งเรียงรายอยู่ เพื่อรองรับกล่องพัสดุนับพันชิ้นจากแอปพลิเคชันช้อปปิ้งออนไลน์ที่คนจีนนิยมใช้งานกันสุดๆ ครับ


     การได้เดินลงไปกดรหัสผ่านหรือสแกนใบหน้ารับพัสดุด้วยตัวเอง ท่ามกลางอากาศเย็นๆ ของเมืองเฉิงตูและเสียงตู้ล็อคเกอร์เปิดออกดังคลิก คือกิจกรรมแก้เซ็งที่ผมและเพื่อนๆ ชอบทำกันเป็นประจำหลังเลิกเรียนครับ มันสะดวกสบายจนเราแทบไม่ต้องเดินออกไปซื้อของใช้ข้างนอกเลยครับ ส่วนเรื่องการซักทำความสะอาดเสื้อผ้า ที่นี่จะมีห้องเครื่องซักผ้าส่วนกลางที่เราสามารถใช้มือถือสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อจ่ายเงิน และกดดูสถานะผ่านแอปพลิเคชันวีแชทได้เรียลไทม์เลยว่าเครื่องไหนกำลังว่างอยู่บ้างครับ


     ความสะดวกสบายในจุดเทคโนโลยีนี้ผมมองว่าประเทศจีนทำได้ล้ำหน้าและครอบคลุมกว่าหอพักทั่วไปที่ไทยหลายเท่าตัวเลยครับ มันทำให้การจัดการชีวิตประจำวันของเราดูเรียบง่าย เป็นระบบระเบียบ และสามารถลดขั้นตอนการรอคอยที่น่าเบื่อออกไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากจริงๆ ครับ เป็นการผสานความเก่าและความใหม่ได้อย่างลงตัวครับ


บทเรียนชีวิตและการปรับตัวท่ามกลางความแตกต่างทางวัฒนธรรม

     การเข้ามาใช้ชีวิตอยู่หอพักที่จีนไม่ได้ให้แค่พื้นที่สำหรับซุกหัวนอนไปวันๆ นะครับ แต่มันคือโรงเรียนชีวิตที่สอนศิลปะการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นที่เข้มข้นที่สุดครั้งหนึ่งของผมเลยครับ ผมได้เรียนรู้วัฒนธรรมการกินที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้งของเพื่อนชาวจีน ได้เรียนรู้การแบ่งปันอาหารพื้นเมือง และการคอยดูแลช่วยเหลือกันในยามที่ใครสักคนล้มป่วย ท่ามกลางหอพักที่ทุกคนต่างก็อยู่ห่างไกลจากอ้อมกอดของครอบครัวครับ


     รสชาติความเค็มผสมความเผ็ดชากำลังดีของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หรือ ฟางเปี้ยนเมี่ยน 方便面 fāngbiànmiàn ที่ต้มในหม้อไฟฟ้าใบเล็กแล้วนำมาแบ่งกันกินในห้องตอนดึกๆ พร้อมกับเสียงลมหนาวที่พัดหวีดหวิวผ่านช่องหน้าต่างห้องพัก คือความทรงจำที่อบอุ่นและมีกลิ่นอายของมิตรภาพที่ชัดเจนที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิตนักศึกษาของผมเลยครับ มันอร่อยกว่าการนั่งกินอาหารหรูหราคนเดียวเป็นไหนๆ ครับ


     ประสบการณ์การปรับตัวทั้งหมดนี้สอนให้ผมรู้ซึ้งเลยครับว่า ความสะดวกสบายที่แท้จริงไม่ได้หมายถึงแค่การมีข้าวของเครื่องใช้ที่หรูหราครบครันเพียงอย่างเดียว แต่ความสุขที่ยั่งยืนหมายถึงการมีเพื่อนและกัลยาณมิตรที่ดี คอยอยู่เคียงข้างในสภาพแวดล้อมที่คอยผลักดันและส่งเสริมการเรียนรู้ไปด้วยกันครับ เมื่อมองย้อนกลับไป แม้จะมีบางกฎระเบียบที่ดูลำบากเมื่อเทียบกับที่ไทย แต่ความลำบากเหล่านั้นแหละครับที่เปรียบเสมือนหินเจียระไน คอยขัดเกลาให้ผมกลายเป็นคนที่อดทนและพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์บนโลกใบนี้ได้ดีขึ้นครับ



     สุดท้ายนี้สำหรับคำถามยอดฮิตที่ว่าหอพักนักศึกษาที่จีนตกลงแล้วมันสะดวกหรือลำบากกันแน่ คำตอบจากก้นบึ้งหัวใจของผมคือ มันคือความสะดวกสบายขั้นสุดยอดในรูปแบบที่มีกฎระเบียบตีกรอบไว้ และมีความเป็นสังคมส่วนรวมสูงมากครับ หากคุณคาดหวังความเป็นส่วนตัวสูงลิบลิ่วเหมือนเช่าห้องพักอยู่ที่ไทย คุณอาจจะรู้สึกอึดอัดและมองว่ามันลำบากในช่วงแรกที่ก้าวเข้าไปครับ


     แต่ถ้าคุณยอมเปิดใจให้กว้างและพร้อมเรียนรู้วิถีชีวิตแบบคนท้องถิ่น คุณจะค้นพบว่ามันเป็นประสบการณ์การใช้ชีวิตที่มีค่าและหาซื้อไม่ได้ด้วยเงินครับ หอพักนักศึกษาที่เฉิงตูมีเสน่ห์ที่ซ่อนเร้นในแบบของมันเอง ทั้งเรื่องเทคโนโลยีการใช้ชีวิตที่ทันสมัยก้าวกระโดด และความผูกพันเอื้ออาทรระหว่างเพื่อนมนุษย์ที่หาได้ยากยิ่งในหอพักแบบคอนโดมิเนียมสมัยใหม่ที่ต่างคนต่างอยู่ครับ


     ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารีวิวฉบับเจาะลึกนี้จะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และช่วยคลายความกังวลให้กับน้องๆ หรือเพื่อนๆ ทุกคนที่กำลังมองหาที่เรียนต่อหรือสนใจอยากไปเปิดประสบการณ์ชีวิตในต่างแดนนะครับ ขอบคุณทุกคนจากใจจริงที่ร่วมเดินทางย้อนอดีตไปรำลึกความหลังกับแต้มในวันนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้านะครับ กับเรื่องราวการผจญภัยในแผ่นดินจีนที่ผมจะนำมาเล่าให้ฟังกันอีกแน่นอนครับ ขอให้ทุกคนสนุกกับการเติบโตครับ

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น