รีวิวตรวจสุขภาพทำวีซ่านักเรียนจีนที่เฉิงตู ประสบการณ์ตรงจากแต้ม

สวัสดีครับเพื่อนๆ แต้มเองครับ วันนี้แต้มจะมาแชร์ประสบการณ์ตรงสำหรับน้องๆ หรือเพื่อนๆ ที่กำลังจะมาเรียนต่อที่เมืองเฉิงตูกันครับ สิ่งหนึ่งที่ทุกคนต้องเจอแน่ๆ ตอนมาถึงคือการขอใบอนุญาตพำนักระยะยาว ซึ่งก่อนจะไปทำเอกสารสำคัญนี้ได้เราต้องผ่านด่านการตรวจสุขภาพกันก่อนครับ หลายคนอาจจะคิดว่าเดินเข้าโรงพยาบาลทั่วไปในเฉิงตูก็ตรวจได้เลยใช่ไหมครับ แต้มขอบอกเลยว่าไม่ได้ครับ เราต้องไปตรวจที่ศูนย์เฉพาะที่รัฐบาลจีนกำหนดไว้เท่านั้น วันนี้แต้มเลยจะมารีวิวขั้นตอนการไปตรวจสุขภาพที่ศูนย์แห่งนี้แบบละเอียด เพื่อให้ทุกคนเตรียมตัวได้ถูกต้องครับ 

ศูนย์ตรวจสุขภาพเฉพาะทางสำหรับชาวต่างชาติ

สถานที่ที่เราต้องไปมีชื่อภาษาจีนว่า 四川国际旅行卫生保健中心 ครับ ศูนย์นี้คือสถานที่เฉพาะที่นักศึกษาต่างชาติทุกคนในเฉิงตูต้องมาตรวจร่างกายเพื่อใช้ยื่นเอกสาร แต้มแนะนำให้ศึกษาเส้นทางให้ดีก่อนวันไปจริงนะครับ จะได้ไม่หลงและไปถึงตามเวลานัดหมายครับ

เอกสารที่ต้องเตรียมและค่าใช้จ่าย

สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยเวลาไปติดต่อสถานที่ราชการคือเอกสารประจำตัวครับ เพื่อนๆ ต้องเตรียมหนังสือเดินทางเล่มจริงและรูปถ่ายหน้าตรงจำนวนสี่ใบติดกระเป๋าไปด้วยนะครับ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาวิ่งหาตู้ถ่ายรูปหน้างาน ส่วนเรื่องค่าใช้จ่าย จากประสบการณ์ที่แต้มไปตรวจมา ค่าตรวจสุขภาพจะอยู่ที่สี่ร้อยเก้าสิบสามจุดแปดหยวน และแต้มแนะนำให้จ่ายเพิ่มอีกยี่สิบหยวนเป็นค่าบริการจัดส่งผลตรวจทางไปรษณีย์ครับ สะดวกสบายและไม่ต้องเสียเวลาเดินทางมารับผลเอกสารเองอีกรอบครับ

ขั้นตอนการตรวจสุขภาพ

เมื่อไปถึงศูนย์แล้ว แต้มขออธิบายขั้นตอนการตรวจให้ฟังแบบเข้าใจง่ายเจ็ดขั้นตอนดังนี้ครับ



ขั้นตอนที่หนึ่ง ลงทะเบียนและรับเอกสาร

เริ่มต้นเมื่อเดินผ่านประตูเข้าไปที่โถงชั้นหนึ่ง ให้ตรงไปลงทะเบียนและกรอกเอกสารประวัติส่วนตัวที่เคาน์เตอร์กระจกให้เรียบร้อยครับ

ขั้นตอนที่สอง กดบัตรคิวและประเมินสุขภาพ

พอได้เอกสารแล้วก็เข้าสู่ขั้นตอนที่สองคือกดรับบัตรคิวและรอเรียกหมายเลขเพื่อรับการประเมินสุขภาพเบื้องต้นและรับคำปรึกษาที่ช่องบริการด้านหน้าครับ

ขั้นตอนที่สาม ชำระเงินค่าตรวจ

จากนั้นเราจะต้องนำเอกสารไปชำระเงินค่าตรวจที่ช่องชำระเงินบริเวณชั้นหนึ่งให้เรียบร้อยก่อนไปตรวจตามจุดต่างๆ ครับ

ขั้นตอนที่สี่ ด่านตรวจที่ต้องงดน้ำและอาหาร

พอจัดการเรื่องเงินเสร็จก็เข้าสู่จุดสำคัญมาก แต้มแนะนำให้รีบไปตรวจรายการที่ต้องงดน้ำและอาหารก่อนเลยครับ นั่นคือการเจาะเลือดที่ชั้นสาม ซึ่งแต้มโดนเจาะไปถึงสามหลอดเต็มๆ ตามด้วยการไปเก็บตัวอย่างปัสสาวะ และขึ้นไปทำอัลตราซาวนด์ช่องท้องที่ชั้นสี่ครับ



ขั้นตอนที่ห้า เดินสายตรวจร่างกายทั่วไป

เมื่อผ่านด่านอดอาหารเสร็จแล้วก็จะเป็นการเดินสายตรวจร่างกายทั่วไปตามห้องต่างๆ ตั้งแต่ชั้นหนึ่งถึงชั้นสี่ จะมีการตรวจความดัน ชั่งน้ำหนัก ตรวจอัตราการเต้นของหัวใจ ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ตรวจสายตาทั้งการมองเห็นปกติและการทดสอบตาบอดสี ตรวจการได้ยิน ตรวจหูคอจมูก และการเอกซเรย์สแกนร่างกายที่ชั้นหนึ่งครับ

ขั้นตอนที่หก รับวัคซีนเพิ่มเติม

สำหรับใครที่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนเพิ่มเติมตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด ก็สามารถไปรับการฉีดได้ที่ชั้นสองครับ แต่เจ้าหน้าที่จะย้ำเสมอว่าขั้นตอนการฉีดวัคซีนนี้จะต้องทำหลังจากเจาะเลือดและรับประทานอาหารให้อิ่มก่อนเท่านั้นนะครับ

ขั้นตอนที่เจ็ด ส่งคืนเอกสารและรอรับผล

ท้ายที่สุดเมื่อตรวจครบแล้ว ให้นำใบส่งตัวที่ได้รับการประทับตราครบทุกจุดการตรวจ ไปยื่นส่งคืนที่ห้องรวบรวมเอกสารชั้นหนึ่ง เท่านี้ก็กลับบ้านไปนอนรอรับผลตรวจได้ชิลๆ แล้วครับ



เคล็ดลับการจองคิวและเวลาที่ควรไป

การไปตรวจที่นี่เราไม่สามารถเดินเข้าไปแบบสุ่มสี่สุ่มห้าได้นะครับ เราจะต้องทำการจองคิวล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์ของศูนย์ก่อนครับ จากประสบการณ์ของแต้ม แต้มแนะนำให้จองคิวในช่วงเช้าตรู่เลยครับ เพราะคนจะมาใช้บริการเยอะมาก ยิ่งไปเช้าเราก็ยิ่งตรวจเสร็จเร็วครับ พอไปถึงศูนย์ปุ๊บก็ยื่นเอกสารการจองคิวให้เจ้าหน้าที่ดู จากนั้นเขาก็จะให้คิวเราไปตามจุดตรวจต่างๆ ภายในศูนย์ครับ แต้มแนะนำให้เผื่อเวลาไว้สักครึ่งวันนะครับเพราะต้องดำเนินการหลายขั้นตอนมาก

มีใบรับรองแพทย์จากไทยแล้วต้องตรวจอีกไหม?

หลายคนสงสัยและทักมาถามแต้มบ่อยมากครับว่า ถ้าเราตรวจสุขภาพและมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลในไทยมาแล้ว เรายังต้องมาตรวจที่นี่อีกไหม คำตอบคือยังไงก็ต้องเดินทางมาที่ศูนย์นี้ครับ เพียงแต่ว่าถ้าเรามีผลตรวจจากไทยมาครบถ้วนและถูกต้องตามเกณฑ์ ทางแพทย์อาจจะพิจารณายกเว้นการตรวจบางรายการให้เราครับ ทำให้เราประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายไปได้บ้าง แต่ถ้าใครไม่ได้ตรวจมาจากไทยเลยหรือเตรียมเอกสารมาไม่ครบ ก็จะต้องทำการตรวจร่างกายใหม่ทั้งหมดทุกรายการที่ศูนย์แห่งนี้ครับ



หวังว่าข้อมูลที่แต้มนำมาแชร์ในวันนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ที่กำลังเตรียมตัวมาเรียนต่อที่เฉิงตูกันนะครับ การเตรียมเอกสารให้พร้อมและรู้ขั้นตอนล่วงหน้าจะช่วยลดความวุ่นวายไปได้เยอะเลยครับ ใครมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพหรือการเตรียมตัวก่อนมาเรียนที่จีน สามารถคอมเมนต์พูดคุยกับแต้มที่ด้านล่างนี้ได้เลยนะครับ แต้มรออ่านและยินดีตอบทุกคำถามครับ

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น