เสน่ห์ของตลาดเช้าที่เฉิงตูขุมทรัพย์ของอร่อยที่ช่างภาพอย่างแต้มตกหลุมรัก


     สวัสดีครับทุกคน กลับมาพบกับแต้มอีกครั้งนะครับ วันนี้ผมจะพาทุกคนตื่นเช้าเป็นพิเศษเพื่อไปสัมผัสกับวิถีชีวิตที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยสีสันของเมืองเฉิงตู 成都 Chéngdū มณฑลเสฉวน 四川 Sìchuān ครับ สถานที่ที่เราจะไปกันในวันนี้คือขุมทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่ยังมีลมหายใจ นั่นก็คือบรรยากาศของตลาดเช้า หรือที่คนท้องถิ่นเรียกว่า เจ่าซื่อ 早市 zǎoshì นั่นเองครับ


     สำหรับผมในฐานะช่างภาพที่หลงใหลในการบันทึกเรื่องราว ตลาดเช้าไม่ใช่แค่สถานที่สำหรับเดินเลือกซื้อของสดหรือหาของกินรองท้องนะครับ แต่มันคือสตูดิโอธรรมชาติที่ดีที่สุดและมีชีวิตชีวาที่สุด สำหรับการเดินเก็บภาพผู้คนและแสงอาทิตย์ยามเช้าที่นุ่มนวลครับ อากาศที่เมืองเฉิงตูในช่วงเช้าตรู่มักจะมีหมอกสีขาวจางๆ ลอยปกคลุมอยู่ทั่วบริเวณเสมอครับ


     หมอกเย็นๆ เหล่านี้จะลอยมาปะปนกับกลิ่นหอมกรุ่นของอาหารเช้าที่เพิ่งปรุงสุกใหม่ๆ จากเตาถ่าน ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วทุกตรอกซอกซอยในบริเวณตลาด เป็นบรรยากาศที่แสนจะอบอุ่นและมีมนต์ขลังจนผมอยากให้ทุกคนที่อ่านบทความนี้ได้ลองมาสัมผัสสูดอากาศด้วยตัวเองจริงๆ ครับ วันนี้แต้มจะพาทุกคนไปเดินตะลุยตลาดเช้าดูว่าคนเฉิงตูเขาหยิบอะไรใส่ท้องกันบ้างครับ


     พร้อมทั้งจะมาเปิดแฟ้มชี้เป้ามุมลับๆ ที่ถ่ายภาพออกมาแล้วดูมีชีวิตชีวาและสะท้อนความเป็นสตรีทไลฟ์สไตล์ได้ดีที่สุดครับ ใครที่เป็นสายกินตัวยงและเป็นสายชื่นชอบการถ่ายภาพสตรีทเตรียมตัวเคลียร์เมมโมรี่การ์ดให้พร้อมนะครับ เพราะตลาดเช้าเฉิงตูมีอะไรให้เราค้นหาและกดชัตเตอร์มากกว่าที่ทุกคนคิดไว้อย่างแน่นอนครับ

แสงแรกที่สาดส่องกับวิถีชีวิตชาวบ้านหลังเลนส์กล้อง

     จุดที่ผมชื่นชอบและมักจะไปยืนเฝ้ารอมากที่สุดเวลาไปเดินตลาดเช้าคือ การมองดูแสงอาทิตย์แรกของวันที่ค่อยๆ สาดส่องลอดผ่านร่มผ้าใบกางของเหล่าพ่อค้าแม่ค้า ลงมาตกกระทบบนกองผักผลไม้สีสดใสที่วางเรียงรายอยู่บนแผงครับ แสงสีทองอุ่นๆ ในช่วงเวลานี้จะช่วยสร้างเงาที่มีมิติ ทำให้ภาพถ่ายดูมีพลังและสื่ออารมณ์ความหวังของการเริ่มต้นวันใหม่ได้อย่างยอดเยี่ยมครับ


     ภาพของคุณยายชาวจีนที่กำลังสวมแว่นตาก้มหน้าคัดเลือกผักใบเขียว หรือ ชิงไช่ 青菜 qīngcài อย่างตั้งใจ หรือภาพควันสีขาวร้อนๆ ที่พุ่งโพยพวยออกมาจากซึ้งนึ่งไม้ไผ่ เจิงหลง 蒸笼 zhēnglóng ขนาดใหญ่ที่บรรจุซาลาเปาไส้แน่นๆ คือช็อตเด็ดระดับรางวัลที่ผมต้องรีบยกกล้องขึ้นมากดชัตเตอร์รัวๆ เพื่อเก็บจังหวะเวลาเหล่านั้นไว้ในความทรงจำเสมอครับ


     รสสัมผัสของอากาศยามเช้าที่นี่จะมีความเย็นสดชื่นและมีชีวิตชีวามากครับ เสียงการต่อรองราคาผักปลาด้วยภาษาถิ่นเสฉวน ซื่อชวนฮว่า 四川话 Sìchuānhuà ที่ฟังดูหนักแน่นรัวเร็วแต่แฝงไปด้วยความเป็นกันเองและรอยยิ้ม คือดนตรีประกอบชั้นยอดที่ดังก้องอยู่ในหัว และช่วยทำให้ภาพถ่ายสตรีทของผมดูมีเรื่องราวเบื้องหลังที่ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้นครับ


     เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่คนช่างสังเกตอย่างผมได้เรียนรู้มาคือ ตลาดเช้าที่นี่คนจะออกมาเดินจับจ่ายซื้อของกันหนาแน่นและคึกคักที่สุดในช่วงเวลาเจ็ดโมงเช้าถึงแปดโมงเช้าครับ หากใครอยากได้ภาพถ่ายมุมกว้างที่เห็นความพลุกพล่านของวิถีชีวิตคนเมือง ต้องตั้งนาฬิกาปลุกและยอมตื่นมารอในช่วงเวลานี้ให้ได้เลยครับ รับรองว่าผลลัพธ์ของภาพที่ได้จะคุ้มค่ากับความงัวเงียแน่นอนครับ


     กลิ่นของไอดินที่ชื้นแฉะและกลิ่นคาวอ่อนๆ ของผักสดๆ ปะปนกับกลิ่นเครื่องเทศจีนชั้นดีอย่างโป๊ยกั๊ก ปาเจี่ยว 八角 bājiǎo และพริกแห้งที่วางขายในกระสอบ คือเสน่ห์ทางจมูกที่ทำให้ผมหลงใหลและต้องย้อนกลับมาเดินที่ตลาดแห่งเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อคอยตามเก็บภาพในมุมมองที่แตกต่างและแปลกตาออกไปในทุกๆ เช้าที่พระอาทิตย์ขึ้นครับ


อาหารเช้าแบบฉบับเฉิงตู รสชาติที่ปลุกให้ตื่นจากภวังค์

     มาเดินลุยตลาดเช้าเฉิงตูทั้งที จะให้พลาดเรื่องของอร่อยไปได้อย่างไรกันใช่ไหมครับ เมนูเด็ดเมนูแรกที่ผมต้องแวะต่อคิวชิมและถ่ายรูปเก็บไว้ทุกครั้งที่มาเยือนคือ กัวขุย 锅盔 guōkuī ครับ กัวขุยคือขนมปังแผ่นกลมแบนที่นำไปทอดจนกรอบนอกนุ่มใน โดยจะมีการยัดไส้แน่นๆ ซึ่งมีให้เลือกทั้งไส้หมูสับหมักเครื่องเทศเผ็ดร้อนและไส้น้ำตาลทรายแดงแสนหวานครับ


     ภาพบรรยากาศตอนที่พ่อค้ากำลังออกแรงนวดแป้งบนโต๊ะไม้ และนำแผ่นแป้งลงไปทอดในกระทะเหล็กแบนๆ ที่มีน้ำมันร้อนๆ เดือดปุดๆ กระเด็นออกมาเล็กน้อย มันคือภาพเคลื่อนไหวที่สามารถสื่อสารความอร่อยทะลุเลนส์กล้องออกมาได้ดีที่สุดครับ เสียงฉ่าของน้ำมันที่กระทบกับแป้งคือเสียงสวรรค์ที่เรียกน้ำย่อยในกระเพาะให้ทำงานตั้งแต่เช้าตรู่เลยครับ


     รสสัมผัสของความกรอบกรุบเมื่อกัดลงไปบนผิวชั้นนอกที่ร้อนจัด ตัดกับความนุ่มชุ่มฉ่ำของไส้หมูสับด้านในที่ผสมผสานกับความชาของพริกหอมฮวาเจียว 花椒 huājiāo แบบบางๆ แตะปลายลิ้น มันช่วยกระตุ้นทำให้ร่างกายของผมตื่นตัวและมีแรงเดินถ่ายรูปขึ้นมาทันทีเลยครับ เป็นความอร่อยราคาหลักสิบที่ผมขอยกนิ้วให้เป็นเมนูเด็ดประจำใจเลยครับ


     อีกหนึ่งเมนูอาหารเช้าสุดคลาสสิกที่ผมประทับใจไม่แพ้กันคือ โต้วเจียง 豆浆 dòujiāng หรือน้ำเต้าหู้ต้มคั้นสดๆ รสชาติเข้มข้นหอมกลิ่นถั่วเหลืองเตะจมูก ที่มักจะเสิร์ฟมาในชามกระเบื้องใบใหญ่ พร้อมกับคู่หูตลอดกาลอย่างปาท่องโก๋ โหยวเถียว 油条 yóutiáo ไซส์ยักษ์ที่ทอดมาจนกรอบเหลืองอร่ามและมีความยาวเกือบเท่าท่อนแขนของผมเลยทีเดียวครับ


     ภาพควันสีขาวบางๆ ที่ลอยฉุยพวยพุ่งขึ้นมาจากถ้วยน้ำเต้าหู้ร้อนจัด ตัดกับสีเหลืองทองอร่ามของปาท่องโก๋ที่เพิ่งขึ้นจากกระทะใหม่ๆ มันคือความสมบูรณ์แบบและความลงตัวของสีสัน ที่ช่างภาพสายอาหารอย่างผมเห็นแล้วต้องอดใจไม่ไหว รีบหยิบกล้องขึ้นมากดชัตเตอร์รัวๆ เพื่อเก็บความหอมกรุ่นนี้เอาไว้ก่อนที่จะลงมือรับประทานอย่างเอร็ดอร่อยครับ


มุมลับสำหรับช่างภาพกับการถ่ายภาพอาหารแนวสตรีทฟู้ด

     เทคนิคส่วนตัวลับเฉพาะของผมเวลาถ่ายรูปอาหารในตลาดเช้าที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายนี้คือ การพยายามจับโฟกัสไปที่จังหวะความเคลื่อนไหวของสิ่งรอบตัวครับ เช่น ภาพวินาทีที่แม่ค้ากำลังยกกระบวยตักรินน้ำซุปร้อนๆ ควันโขมงลงในชามบะหมี่ เมี่ยนเตี๋ยว 面条 miàntiáo ให้กับลูกค้าที่ยืนรอ จังหวะการเทน้ำที่ไหลเป็นสายคือเสน่ห์ที่ทำให้ภาพถ่ายดูมีพลังครับ


     การเลือกตั้งค่าใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่เหมาะสมบนตัวกล้อง จะช่วยหยุดหยดน้ำซุปที่กำลังกระเซ็นและหยุดควันสีขาวที่กำลังลอยตัวให้ดูนิ่งงันราวกับมีมนต์ขลังสะกดไว้ครับ ซึ่งภาพถ่ายที่สามารถหยุดเวลาได้แบบนี้ จะช่วยสื่อสารอุณหภูมิความร้อนและความสดใหม่ของอาหารสตรีทฟู้ดได้ทรงพลังและน่ารับประทานกว่าการถ่ายภาพอาหารที่วางนิ่งๆ บนโต๊ะทั่วไปมากครับ


     นอกจากนี้ การมองหาเงาสะท้อนจากแอ่งน้ำเล็กๆ ที่ขังอยู่บนพื้นคอนกรีตของตลาด หรือการหาทิศทางแสงที่สาดสะท้อนจากถาดโลหะใส่อาหาร ก็เป็นอีกทริคที่ช่วยเพิ่มมิติและสร้างความน่าสนใจให้ภาพถ่ายสตรีทฟู้ดดูมีความเป็นอาร์ตและมีความดิบมากขึ้นครับ มันคือการใช้ประโยชน์จากสิ่งแวดล้อมรอบตัวมาสร้างองค์ประกอบภาพให้สมบูรณ์แบบที่สุดครับ


     ผมมักจะคอยสังเกตและมองหาใบหน้าของผู้คนที่กำลังนั่งล้อมวงยิ้มแย้ม ขณะรับประทานอาหารเช้าร้อนๆ อย่างมีความสุขท่ามกลางอากาศหนาวเย็น เพราะแววตาและรอยยิ้มเหล่านั้นแหละครับคือหัวใจสำคัญและคำตอบของคำว่ารสชาติที่เป็นกันเองครับ ประสบการณ์การแบกกล้องเดินถ่ายภาพในตลาดเช้าเฉิงตูสอนให้ผมรู้ซึ้งเลยครับว่า


     ความงดงามทางศิลปะไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ในวิหารอันศักดิ์สิทธิ์หรือตึกระฟ้าที่หรูหราทันสมัยเท่านั้น แต่ความงามที่แท้จริงสามารถซ่อนตัวอยู่ในถ้วยบะหมี่ริมทางร้อนๆ และรอยยิ้มพิมพ์ใจของคนขายของธรรมดานี่แหละครับ มันคือความจริงใจที่จับต้องได้และพร้อมจะมอบแรงบันดาลใจให้กับผู้มาเยือนเสมอครับ

บทสรุปแห่งความอิ่มเอมใจในยามเช้า

     การได้ตื่นเช้ามาเดินทอดน่องในตลาดเช้าที่เมืองเฉิงตู สำหรับแต้มแล้วมันไม่ใช่แค่การมาเดินเล่นฆ่าเวลาครับ แต่มันคือการชาร์จแบตเตอรี่และเติมพลังชีวิตอย่างหนึ่งเลยครับ เราได้ทั้งอาหารตาจากภาพถ่ายสตรีทไลฟ์สวยๆ ที่บันทึกไว้ในกล้อง และได้ความอิ่มเอมทางอาหารกายจากของอร่อยรสชาติต้นตำรับในราคาประหยัด ที่หาซื้อไม่ได้จากในห้างสรรพสินค้าชั้นนำครับ


     เสน่ห์อันน่าหลงใหลของตลาดเช้าที่นี่คือความเป็นมิตรอันแสนอบอุ่น และความจริงใจที่ซ่อนเร้นอยู่ในวิถีชีวิตที่ดูเหมือนจะเร่งรีบแข่งกับเวลา แต่ก็ไม่ได้ดูวุ่นวายจนเกินไปครับ ทุกคนมีจังหวะชีวิตที่เป็นธรรมชาติและสอดประสานกันอย่างลงตัว มันเป็นความคลาสสิกที่ทำให้ผมตกหลุมรักเมืองเฉิงตูซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างถอนตัวไม่ขึ้นเลยครับ


     ผมหวังเป็นอย่างยิ่งครับว่าบทความนี้และภาพบรรยากาศผ่านตัวอักษรที่ผมตั้งใจนำมาฝาก จะสามารถจุดประกายและทำให้ทุกคนอยากลองลุกจากเตียงนอนนุ่มๆ แต่เช้าตรู่ เพื่อไปเดินสำรวจตลาดท้องถิ่นดูสักครั้งเมื่อมีโอกาสมาเยือนเฉิงตูนะครับ รับรองว่าคุณจะได้ของฝากเป็นความทรงจำที่แสนประทับใจกลับไปอย่างแน่นอนครับ


     ขอบคุณทุกคนจากใจที่ร่วมติดตามการเดินทางเพื่อค้นหาความงามผ่านเลนส์กล้องของผมจนจบในวันนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้า กับมุมมองสวยๆ และเรื่องราวสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากแดนมังกรที่ผมจะตั้งใจรวบรวมนำมาฝากกันอีกแน่นอนครับ ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการเริ่มต้นวันใหม่ในทุกๆ วันนะครับ

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น