Home Beijing China Travel รีวิวเจาะลึกพระราชวังต้องห้ามปักกิ่ง กู้กง เคล็ดลับเที่ยวและข้อควรระวังฉบับคนเคยอยู่จีน โดย TamKung Story เรื่องของแต้ม เมษายน 01, 2569 สวัสดีครับทุกคน ผมแต้มครับ วันนี้ผมจะพาทุกคนไปบุกแลนด์มาร์กที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของกรุงปักกิ่ง นั่นก็คือพระราชวังต้องห้ามหรือที่คนจีนเรียกกันติดปากว่ากู้กงนั่นเองครับ สมัยที่ผมเรียนและใช้ชีวิตอยู่ที่จีน ผมมีโอกาสได้ไปเยือนสถานที่แห่งนี้หลายครั้ง บอกเลยว่ากว้างใหญ่และอลังการมากจนเดินวันเดียวแทบไม่หมด ใครที่กำลังวางแผนไปเที่ยวหรืออยากรู้ประวัติศาสตร์แบบอินไซด์ วันนี้ผมย่อยข้อมูลมาให้แล้วแบบอ่านง่าย พร้อมแทรกทริคส่วนตัวที่หาจากเว็บอื่นไม่ได้แน่นอนครับประวัติศาสตร์ความยิ่งใหญ่ของเมืองต้องห้ามสีม่วงหลายคนอาจจะคุ้นเคยกับชื่อพระราชวังต้องห้าม แต่จริงๆ แล้วชื่อดั้งเดิมในภาษาจีนคือ จื่อจิ้นเฉิง ซึ่งแปลตามตัวอักษรได้ว่า เมืองต้องห้ามสีม่วง ครับ คำว่าสีม่วงในที่นี้หมายถึงดาวเหนือ ซึ่งคนจีนโบราณเชื่อว่าเป็นที่ประทับของเง็กเซียนฮ่องเต้ ส่วนคำว่าต้องห้ามก็มาจากกฎเหล็กที่ว่าห้ามผู้ใดเข้าออกโดยไม่ได้รับอนุญาตเด็ดขาดครับพระราชวังแห่งนี้เริ่มสร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิหย่งเล่อแห่งราชวงศ์หมิง ใช้เวลาก่อสร้างนานถึงสิบสี่ปี และใช้แรงงานคนนับล้านคนเลยทีเดียวครับ ที่นี่เคยเป็นศูนย์กลางอำนาจและที่ประทับของจักรพรรดิถึงยี่สิบสี่พระองค์ ทั้งจากราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิง จนกระทั่งถึงยุคของจักรพรรดิผู่อี๋ ซึ่งเป็นจักรพรรดิองค์สุดท้ายของจีนครับ ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้ได้รับการยกย่องจากยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกและเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์พระราชวังให้พวกเราได้เข้าไปชมความยิ่งใหญ่กันครับสถาปัตยกรรมสุดอลังการและตำนานห้องเก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าห้องความกว้างใหญ่ของพระราชวังต้องห้ามคือสิ่งแรกที่ทำให้ผมทึ่งเสมอเวลาไปเยือนครับ พื้นที่ทั้งหมดกว้างถึงสี่ร้อยห้าสิบไร่ มีอาคารเกือบพันหลัง และมีตำนานเล่าขานกันว่าที่นี่มีห้องทั้งหมดเก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าห้องเลยทีเดียวครับ แม้ในความเป็นจริงอาจจะไม่ได้เป๊ะตามตัวเลขนั้น แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงคติความเชื่อเรื่องตัวเลขมงคลและสัญลักษณ์แห่งอำนาจของฮ่องเต้ครับโครงสร้างกำแพงวังสูงเกือบแปดเมตรแถมยังมีคูน้ำล้อมรอบอีกชั้น เป็นระบบป้องกันภัยที่แน่นหนามากครับ จุดที่ทุกคนต้องไปเช็คอินก็คือ ประตูอู่เหมิน ซึ่งเป็นประตูทางเข้าหลักที่ยิ่งใหญ่ตระการตามาก สมัยก่อนช่องประตูตรงกลางสงวนไว้สำหรับฮ่องเต้เสด็จผ่านเท่านั้นครับ ใครเผลอไปเดินข้ามคือโทษหนักเลยทีเดียวครับสำรวจเขตพระราชฐานชั้นนอกและชั้นในการเดินชมพระราชวังต้องห้ามจะแบ่งเป็นสองส่วนหลักครับ ซึ่งผมขอแนะนำให้ค่อยๆ เดินซึมซับบรรยากาศไปทีละโซนครับเขตพระราชฐานชั้นนอก ศูนย์กลางแห่งอำนาจโซนนี้อยู่ด้านหน้า ใช้สำหรับประกอบพระราชพิธีสำคัญครับ ไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้คือ พระที่นั่งไท่เหอ ซึ่งเป็นโครงสร้างไม้ที่ใหญ่ที่สุดในจีนและตั้งอยู่บนฐานหินอ่อนสีขาวที่ยกตัวสูงขึ้นไปครับ บรรยากาศตรงลานกว้างหน้าพระที่นั่งอลังการมาก สมัยก่อนเวลาขุนนางเข้าเฝ้าก็จะต้องมารวมตัวกันที่ลานแห่งนี้ครับ ถัดไปก็จะมี พระที่นั่งจงเหอ และ พระที่นั่งเป่าเหอ ซึ่งใช้เป็นที่พักผ่อนเตรียมพระองค์และใช้สอบจอหงวนครับเขตพระราชฐานชั้นใน พื้นที่ส่วนพระองค์พอเดินทะลุเข้าไปด้านในก็จะเป็นเขตพระราชฐานชั้นใน ซึ่งเป็นที่ประทับของฮ่องเต้ ฮองเฮา และเหล่าพระสนมครับ บรรยากาศจะดูร่มรื่นและเป็นส่วนตัวมากขึ้น พระตำหนักสำคัญก็อย่างเช่น พระตำหนักเฉียนชิง และ พระตำหนักคุนหนิง ครับ นอกจากนี้ยังมีหมู่พระตำหนักฝั่งตะวันตกและตะวันออกที่มักจะเห็นบ่อยๆ ในซีรีส์จีนย้อนยุค ซึ่งในอดีตเคยเป็นที่พำนักของเหล่าสนมกำนัลนั่นเองครับ เดินไปถึงด้านหลังสุดก็จะได้พบกับพระราชอุทยานหลวงที่มีการจัดสวนสไตล์จีนโบราณได้อย่างงดงามครับเคล็ดลับและข้อควรระวังมาถึงส่วนสำคัญที่ผมอยากนำมาแชร์จากประสบการณ์ตรงที่เคยไปเยือนหลายรอบครับ รับรองว่ามีประโยชน์กับการวางแผนเที่ยวแน่นอนครับข้อแรกเลยคือเรื่องการจองตั๋วครับ ปัจจุบันรัฐบาลจีนเข้มงวดเรื่องการจำกัดปริมาณนักท่องเที่ยวมากเพื่อรักษาสภาพโบราณสถาน เราไม่สามารถไปเดินซื้อตั๋วหน้าประตูได้แล้วนะครับ ต้องจองล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์เท่านั้น และตั๋วเต็มไวมากโดยเฉพาะช่วงเทศกาลครับข้อที่สองคือการเตรียมพร้อมร่างกายและรองเท้าครับ พื้นที่ข้างในกว้างมากและทางเดินส่วนใหญ่เป็นหินปูแบบโบราณที่อาจจะไม่เรียบสนิท ผมขอแนะนำให้ใส่รองเท้าผ้าใบที่ซับพอร์ตเท้าได้ดีที่สุดครับ ไม่อย่างนั้นเดินไปครึ่งทางอาจจะมีอาการปวดเท้าจนหมดสนุกได้ครับข้อที่สามคือเรื่องน้ำดื่มและห้องน้ำครับ แม้ข้างในจะมีจุดบริการ แต่ในวันที่คนพลุกพล่าน การต่อคิวห้องน้ำอาจจะใช้เวลานานครับ แนะนำให้ทำธุระให้เรียบร้อยตั้งแต่ก่อนเข้าประตู และควรพกน้ำดื่มขวดเล็กติดกระเป๋าไปด้วยเสมอครับ เพราะอากาศที่ปักกิ่งเวลาแห้งจะทำให้เราหิวน้ำบ่อยมากครับพระราชวังต้องห้ามไม่ได้เป็นแค่อดีตสถานที่ประทับของฮ่องเต้เท่านั้นครับ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ที่เปี่ยมไปด้วยศิลปะ สถาปัตยกรรม และความเชื่อของชนชาติจีนที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ที่นี่ก็ยังคงทรงพลังและดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกให้มาเยือนอยู่เสมอครับสำหรับใครที่กำลังจะไปเที่ยวปักกิ่ง อย่าลืมนำทริคของผมไปปรับใช้นะครับ รับรองว่าจะทำให้การเดินชมพระราชวังต้องห้ามของคุณราบรื่นและสนุกขึ้นแน่นอนครับ ใครเคยไปมาแล้วหรือมีแพลนจะไป คอมเมนต์มาพูดคุยแชร์ประสบการณ์กันได้เลยนะครับ แต้มรออ่านของทุกคนอยู่ครับ URL Copied ใช้ร่วมกัน รับลิงก์ Facebook X Pinterest อีเมล แอปอื่นๆ แสดงความคิดเห็น ความคิดเห็น
สวัสดีครับทุกคน ผมแต้มครับ วันนี้ผมจะพาทุกคนไปบุกแลนด์มาร์กที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของกรุงปักกิ่ง นั่นก็คือพระราชวังต้องห้ามหรือที่คนจีนเรียกกันติดปากว่ากู้กงนั่นเองครับ สมัยที่ผมเรียนและใช้ชีวิตอยู่ที่จีน ผมมีโอกาสได้ไปเยือนสถานที่แห่งนี้หลายครั้ง บอกเลยว่ากว้างใหญ่และอลังการมากจนเดินวันเดียวแทบไม่หมด ใครที่กำลังวางแผนไปเที่ยวหรืออยากรู้ประวัติศาสตร์แบบอินไซด์ วันนี้ผมย่อยข้อมูลมาให้แล้วแบบอ่านง่าย พร้อมแทรกทริคส่วนตัวที่หาจากเว็บอื่นไม่ได้แน่นอนครับ
ประวัติศาสตร์ความยิ่งใหญ่ของเมืองต้องห้ามสีม่วง
หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับชื่อพระราชวังต้องห้าม แต่จริงๆ แล้วชื่อดั้งเดิมในภาษาจีนคือ จื่อจิ้นเฉิง ซึ่งแปลตามตัวอักษรได้ว่า เมืองต้องห้ามสีม่วง ครับ คำว่าสีม่วงในที่นี้หมายถึงดาวเหนือ ซึ่งคนจีนโบราณเชื่อว่าเป็นที่ประทับของเง็กเซียนฮ่องเต้ ส่วนคำว่าต้องห้ามก็มาจากกฎเหล็กที่ว่าห้ามผู้ใดเข้าออกโดยไม่ได้รับอนุญาตเด็ดขาดครับ
พระราชวังแห่งนี้เริ่มสร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิหย่งเล่อแห่งราชวงศ์หมิง ใช้เวลาก่อสร้างนานถึงสิบสี่ปี และใช้แรงงานคนนับล้านคนเลยทีเดียวครับ ที่นี่เคยเป็นศูนย์กลางอำนาจและที่ประทับของจักรพรรดิถึงยี่สิบสี่พระองค์ ทั้งจากราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิง จนกระทั่งถึงยุคของจักรพรรดิผู่อี๋ ซึ่งเป็นจักรพรรดิองค์สุดท้ายของจีนครับ ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้ได้รับการยกย่องจากยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกและเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์พระราชวังให้พวกเราได้เข้าไปชมความยิ่งใหญ่กันครับ
สถาปัตยกรรมสุดอลังการและตำนานห้องเก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าห้อง
ความกว้างใหญ่ของพระราชวังต้องห้ามคือสิ่งแรกที่ทำให้ผมทึ่งเสมอเวลาไปเยือนครับ พื้นที่ทั้งหมดกว้างถึงสี่ร้อยห้าสิบไร่ มีอาคารเกือบพันหลัง และมีตำนานเล่าขานกันว่าที่นี่มีห้องทั้งหมดเก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าห้องเลยทีเดียวครับ แม้ในความเป็นจริงอาจจะไม่ได้เป๊ะตามตัวเลขนั้น แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงคติความเชื่อเรื่องตัวเลขมงคลและสัญลักษณ์แห่งอำนาจของฮ่องเต้ครับ
โครงสร้างกำแพงวังสูงเกือบแปดเมตรแถมยังมีคูน้ำล้อมรอบอีกชั้น เป็นระบบป้องกันภัยที่แน่นหนามากครับ จุดที่ทุกคนต้องไปเช็คอินก็คือ ประตูอู่เหมิน ซึ่งเป็นประตูทางเข้าหลักที่ยิ่งใหญ่ตระการตามาก สมัยก่อนช่องประตูตรงกลางสงวนไว้สำหรับฮ่องเต้เสด็จผ่านเท่านั้นครับ ใครเผลอไปเดินข้ามคือโทษหนักเลยทีเดียวครับ
สำรวจเขตพระราชฐานชั้นนอกและชั้นใน
การเดินชมพระราชวังต้องห้ามจะแบ่งเป็นสองส่วนหลักครับ ซึ่งผมขอแนะนำให้ค่อยๆ เดินซึมซับบรรยากาศไปทีละโซนครับ
เขตพระราชฐานชั้นนอก ศูนย์กลางแห่งอำนาจ
โซนนี้อยู่ด้านหน้า ใช้สำหรับประกอบพระราชพิธีสำคัญครับ ไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้คือ พระที่นั่งไท่เหอ ซึ่งเป็นโครงสร้างไม้ที่ใหญ่ที่สุดในจีนและตั้งอยู่บนฐานหินอ่อนสีขาวที่ยกตัวสูงขึ้นไปครับ บรรยากาศตรงลานกว้างหน้าพระที่นั่งอลังการมาก สมัยก่อนเวลาขุนนางเข้าเฝ้าก็จะต้องมารวมตัวกันที่ลานแห่งนี้ครับ ถัดไปก็จะมี พระที่นั่งจงเหอ และ พระที่นั่งเป่าเหอ ซึ่งใช้เป็นที่พักผ่อนเตรียมพระองค์และใช้สอบจอหงวนครับ
เขตพระราชฐานชั้นใน พื้นที่ส่วนพระองค์
พอเดินทะลุเข้าไปด้านในก็จะเป็นเขตพระราชฐานชั้นใน ซึ่งเป็นที่ประทับของฮ่องเต้ ฮองเฮา และเหล่าพระสนมครับ บรรยากาศจะดูร่มรื่นและเป็นส่วนตัวมากขึ้น พระตำหนักสำคัญก็อย่างเช่น พระตำหนักเฉียนชิง และ พระตำหนักคุนหนิง ครับ นอกจากนี้ยังมีหมู่พระตำหนักฝั่งตะวันตกและตะวันออกที่มักจะเห็นบ่อยๆ ในซีรีส์จีนย้อนยุค ซึ่งในอดีตเคยเป็นที่พำนักของเหล่าสนมกำนัลนั่นเองครับ เดินไปถึงด้านหลังสุดก็จะได้พบกับพระราชอุทยานหลวงที่มีการจัดสวนสไตล์จีนโบราณได้อย่างงดงามครับ
เคล็ดลับและข้อควรระวัง
มาถึงส่วนสำคัญที่ผมอยากนำมาแชร์จากประสบการณ์ตรงที่เคยไปเยือนหลายรอบครับ รับรองว่ามีประโยชน์กับการวางแผนเที่ยวแน่นอนครับ
พระราชวังต้องห้ามไม่ได้เป็นแค่อดีตสถานที่ประทับของฮ่องเต้เท่านั้นครับ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ที่เปี่ยมไปด้วยศิลปะ สถาปัตยกรรม และความเชื่อของชนชาติจีนที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ที่นี่ก็ยังคงทรงพลังและดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกให้มาเยือนอยู่เสมอครับ
สำหรับใครที่กำลังจะไปเที่ยวปักกิ่ง อย่าลืมนำทริคของผมไปปรับใช้นะครับ รับรองว่าจะทำให้การเดินชมพระราชวังต้องห้ามของคุณราบรื่นและสนุกขึ้นแน่นอนครับ ใครเคยไปมาแล้วหรือมีแพลนจะไป คอมเมนต์มาพูดคุยแชร์ประสบการณ์กันได้เลยนะครับ แต้มรออ่านของทุกคนอยู่ครับ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น