รีวิวเที่ยวกำแพงเมืองจีนด่านปาต้าหลิงด้วยรถไฟความเร็วสูง ฉบับคนมีเวลาน้อย


สวัสดีครับทุกคน ผมแต้มครับ วันนี้ผมจะพาทุกคนหนีความวุ่นวายในกรุงปักกิ่ง แล้วไปพิชิตหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกกันครับ นั่นก็คือกำแพงเมืองจีนด่านปาต้าหลิงนั่นเองครับ สมัยที่ผมเรียนอยู่ที่ประเทศจีน ผมมักจะโดนเพื่อนๆ ถามเสมอว่าถ้ามีเวลาเที่ยวแค่ครึ่งวัน จะไปกำแพงเมืองจีนด่านไหนดีที่เดินทางง่ายและไม่เหนื่อยจนเกินไป วันนี้ผมเลยขอหยิบยกรู้ทเด็ดที่ผมใช้ประจำมาฝากกันครับ รับรองว่าเดินทางสะดวกด้วยรถไฟความเร็วสูง ใช้เวลาแค่ยี่สิบสองนาทีก็ถึงเลยครับ



การเดินทางสุดแสนจะง่ายดายด้วยรถไฟความเร็วสูง



สำหรับการเดินทางไปด่านปาต้าหลิงนั้นง่ายกว่าที่หลายคนคิดครับ เราสามารถไปขึ้นรถไฟความเร็วสูงที่หน้าตาคล้ายรถไฟหัวกระสุนของประเทศญี่ปุ่นได้จากสถานีปักกิ่งเหนือ หรือจะไปขึ้นที่สถานีชิงเหอก็สะดวกไม่แพ้กันครับ โดยสถานีชิงเหอจะเชื่อมต่อกับรถไฟใต้ดินเลย พอโผล่ขึ้นมาด้านบนก็พร้อมขึ้นรถไฟความเร็วสูงได้ทันทีครับ ตั๋วรถไฟก็ราคาไม่แพง เที่ยวหนึ่งตกแค่ไม่ถึงร้อยบาทครับ ใช้เวลานั่งชมวิวเพลินๆ แค่ยี่สิบสองนาทีก็ถึงจุดหมายแล้วครับ แนะนำให้จองตั๋วล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชันท่องเที่ยวต่างๆ ไปเลยเพื่อความชัวร์ครับ



แผนการเดินเที่ยวบนกำแพงเมืองจีนแบบไม่เหนื่อยฟรี

พอเราไปถึงสถานีรถไฟปลายทางปุ๊บ ให้เดินตามป้ายทางออกสองไปได้เลยครับ จากนั้นเราจะเจอกับจุดจำหน่ายตั๋วกระเช้าลอยฟ้าและตั๋วเข้าชมกำแพงเมืองจีนครับ แผนที่ผมมักจะแนะนำเพื่อนๆ เสมอคือให้ซื้อตั๋วกระเช้าลอยฟ้าแบบขาเดียวเพื่อนั่งขึ้นไปที่ป้อมแปดครับ 



ราคาตั๋วขาเดียวจะอยู่ที่ร้อยหยวน ส่วนค่าเข้ากำแพงเมืองจีนจะอยู่ที่สี่สิบหยวนครับ พอเรานั่งกระเช้าขึ้นไปถึงป้อมแปดแล้ว เราก็จะค่อยๆ เดินลัดเลาะถ่ายรูปไล่ลงมาเรื่อยๆ จนถึงป้อมหนึ่งครับ วิธีนี้จะช่วยประหยัดแรงไปได้เยอะมาก ใช้เวลาเดินชิลๆ ประมาณสองชั่วโมงครึ่งก็ลงมาถึงสถานีรถไฟด้านล่างพอดีครับ

เคล็ดลับส่วนตัวและข้อควรระวังที่ผมอยากบอกต่อ

ขอแทรกทริคส่วนตัวที่ผมเจอมากับตัวนิดนึงครับ พอขึ้นไปถึงป้อมแปดและป้อมเจ็ดแล้ว คนจะค่อนข้างแน่นและเบียดเสียดกันพอสมควรครับ ถ้าใครอยากได้รูปสวยๆ แบบไม่ติดฝูงชน ผมแนะนำให้อดทนเดินลงมาแถวๆ ป้อมห้าเป็นต้นไปครับ จุดนั้นคนจะเริ่มบางตาลง ทำให้เราหามุมถ่ายรูปกับภูเขาที่โอบล้อมกำแพงเมืองจีนได้อย่างจุใจครับ



ส่วนเรื่องการติดต่อสื่อสารก็สำคัญมากครับ เวลาผมไปเที่ยวตามธรรมชาตินอกเมือง ผมจะซื้อแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตจากไทยแบบอีซิมไปเลยครับ เพราะแค่สแกนคิวอาร์โค้ดก็ใช้งานได้ทันที ไม่ต้องเสี่ยงไปหาซื้อซิมหน้างาน แถมยังช่วยให้เราอัปเดตโซเชียลได้ลื่นไหลแม้จะอยู่บนยอดกำแพงเมืองจีนครับ



และที่ขาดไม่ได้เลยคือรองเท้าผ้าใบที่ใส่สบายครับ เพราะทางเดินบางช่วงมีความชันพอสมควร การใส่รองเท้าที่รับน้ำหนักได้ดีจะช่วยให้เราเที่ยวได้อย่างสนุกและปลอดภัยครับ


กำแพงเมืองจีนด่านปาต้าหลิงถือเป็นด่านที่เดินทางง่ายและใช้เวลาไม่เยอะครับ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดรวมค่ารถไฟไปกลับ ค่ากระเช้าลอยฟ้า และค่าเข้าชมแล้ว ตกอยู่ที่ไม่เกินหนึ่งพันบาทไทยครับ ถือว่าคุ้มค่ามากๆ สำหรับการได้มาสัมผัสความยิ่งใหญ่ของประวัติศาสตร์จีนที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตาด้วยตาตัวเองครับ



หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ที่กำลังวางแผนไปเที่ยวปักกิ่งนะครับ ใครที่มีข้อสงสัยตรงไหน หรือเคยไปด่านอื่นมาแล้วประทับใจ ก็สามารถคอมเมนต์มาพูดคุยแชร์ประสบการณ์กับแต้มได้เลยนะครับ แต้มรออ่านของทุกคนอยู่ครับ

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น