หัวใจสำคัญที่ผมได้รับจากการเดินชมนิทรรศการในครั้งนี้คือประโยคที่ว่า FOOD IS HOME HOME IS FOOD ครับ ประโยคนี้ทำให้ผมที่มาเรียนอยู่ไกลบ้านหยุดคิดอยู่นานเหมือนกันครับ เพราะมันสื่อถึงความผูกพันที่ตัดกันไม่ขาดระหว่างรสชาติอาหารและความอบอุ่นในครอบครัวครับ โดยเฉพาะในช่วงใกล้เทศกาลไหว้พระจันทร์แบบนี้ การที่คนจีนให้ความสำคัญกับการกลับไปพร้อมหน้าพร้อมตากันที่บ้านจึงเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่และมีความหมายต่อจิตใจมากครับ
สวัสดีครับทุกคน ในฐานะที่ผมเป็นนักศึกษาไทยคนหนึ่งที่มาใช้ชีวิตเรียนต่ออยู่ที่เมืองเฉิงตูมาสักพักใหญ่ ช่วงนี้บรรยากาศรอบตัวในมหาวิทยาลัยและตามท้องถนนเริ่มมีความพิเศษขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกครับ เหตุผลหลักก็เพราะว่าเรากำลังเข้าใกล้ช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์เข้ามาทุกทีแล้วครับ สำหรับคนไทยอย่างเราอาจจะคุ้นเคยกับการซื้อขนมไหว้พระจันทร์ตามห้างสรรพสินค้า แต่พอได้มาสัมผัสบรรยากาศจริงในฐานะนักศึกษาต่างชาติในจีนแบบนี้ ผมบอกได้เลยว่ามันมีมิติที่ลึกซึ้งกว่าเรื่องของกินไปมากครับ
เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาผมได้รับเกียรติและความกรุณาให้เป็นตัวแทนนักศึกษาไทยเข้าร่วมงานนิทรรศการวัฒนธรรมอาหารจีน ณ เมืองเฉิงตู หรือที่รู้จักกันในชื่อ Sichuan Cuisine Cooking Event Chengdu 遇见成都 ครับ การได้รับเชิญในครั้งนี้ทำให้ผมมีโอกาสได้เข้าไปสัมผัสเบื้องลึกเบื้องหลังของคำว่าอาหารและการใช้ชีวิตของคนเสฉวนที่รวบรวมไว้ในที่เดียวครับ วันนี้ผมเลยอยากจะมาแชร์ประสบการณ์และสิ่งที่เป็นประโยชน์ในมุมมองของคนที่อยู่ที่นี่ให้ทุกคนได้อ่านกันครับ
จุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมที่ทำให้เฉิงตูเป็นเมืองแห่งอาหารสร้างสรรค์ระดับโลกครับ
ถ้าพูดถึงเมืองเฉิงตู หลายคนอาจจะนึกถึงแค่น้องหมีแพนด้าเป็นอย่างแรกครับ แต่จากประสบการณ์ที่ผมได้ใช้ชีวิตเรียนต่อและท่องเที่ยวในจีนมา ผมค้นพบว่าเสน่ห์ที่แท้จริงของเมืองนี้ซ่อนอยู่ในห้องครัวครับ งานนิทรรศการครั้งนี้ที่ผมได้รับเชิญไปทำให้ผมเข้าใจมากขึ้นว่าทำไมทางองค์การยูเนสโกถึงยกย่องให้เฉิงตูเป็นเมืองแห่งอาหารสร้างสรรค์ครับ
ความน่าสนใจของงานนี้ไม่ได้อยู่ที่การเอาอาหารมาวางโชว์ให้เราดูเพียงอย่างเดียวครับ แต่มันเป็นการเล่าเรื่องผ่านประวัติศาสตร์และศิลปะการปรุงอาหารเสฉวนที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานครับ สิ่งหนึ่งที่ผมประทับใจมากคือสโลแกนพู่กันจีนในงานที่เขียนว่า 美食互鉴 融通世界 หรือที่แปลว่าการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อาหารเลิศรสเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ทั่วโลกครับ ในฐานะนักศึกษาต่างชาติผมสัมผัสได้ทันทีว่าคนจีนให้ความสำคัญกับการใช้อาหารเป็นสะพานเชื่อมมิตรภาพครับ ไม่ว่าเราจะมาจากวัฒนธรรมที่ต่างกันแค่ไหน แค่นั่งลงกินข้าวด้วยกันสักมื้อ ความแตกต่างเหล่านั้นก็ดูจะเลือนหายไปทันทีครับ
แนวคิดเรื่องอาหารคือบ้านและความรู้สึกที่ส่งผ่านรสชาติในต่างแดนครับ
หัวใจสำคัญที่ผมได้รับจากการเดินชมนิทรรศการในครั้งนี้คือประโยคที่ว่า FOOD IS HOME HOME IS FOOD ครับ ประโยคนี้ทำให้ผมที่มาเรียนอยู่ไกลบ้านหยุดคิดอยู่นานเหมือนกันครับ เพราะมันสื่อถึงความผูกพันที่ตัดกันไม่ขาดระหว่างรสชาติอาหารและความอบอุ่นในครอบครัวครับ โดยเฉพาะในช่วงใกล้เทศกาลไหว้พระจันทร์แบบนี้ การที่คนจีนให้ความสำคัญกับการกลับไปพร้อมหน้าพร้อมตากันที่บ้านจึงเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่และมีความหมายต่อจิตใจมากครับ
สำหรับคนเสฉวนแล้ว รสชาติอาหารที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านมักจะเป็นรสชาติที่มีความจัดจ้านและซับซ้อนครับ ในงานนี้ผมได้เห็นกระบวนการปรุงอาหารเสฉวนที่ละเอียดอ่อนซึ่งหาดูได้ยากมากครับ เคล็ดลับหนึ่งที่ผมเพิ่งรู้และอยากบอกต่อคือการใช้เครื่องเทศเสฉวนไม่ได้มีไว้แค่เพื่อให้เผ็ดหรือลิ้นชาอย่างเดียวครับ แต่หน้าที่หลักคือการชูรสชาติของวัตถุดิบหลักให้เด่นชัดขึ้นมาครับ นี่คือสิ่งที่ผมพยายามอธิบายให้เพื่อนๆ ฟังเสมอว่าทำไมอาหารเสฉวนที่นี่ถึงมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์และต่างจากที่อื่นครับ
ข้อแนะนำและการเตรียมตัวชมนิทรรศการจากมุมมองคนในพื้นที่ครับ
จากการที่ผมได้รับเชิญให้เดินสำรวจจนทั่วงาน มีข้อแนะนำหนึ่งที่ผมอยากแชร์ให้รุ่นน้องหรือเพื่อนๆ ที่สนใจจะตามมาเที่ยวงานนิทรรศการอาหารในลักษณะนี้ที่จีนครับ คือส่วนใหญ่งานเหล่านี้จะเน้นการนำเสนอเรื่องราวและสาธิตการทำอาหารเป็นหลักครับ ดังนั้นถ้าหวังว่าจะมาเพื่อเดินกินแบบตลาดนัดอาจจะผิดหวังนิดหน่อยครับ แต่สิ่งที่คุณจะได้กลับไปแทนคือความรู้เรื่องชนิดของพริกเสฉวนและการเลือกเครื่องเทศที่ถูกต้องครับ ซึ่งผมมองว่ามันคุ้มค่ามากสำหรับการเอาไปปรับใช้เวลาเลือกเข้าร้านอาหารในทริปต่อๆ ไปครับ
ประการต่อมาคือเรื่องของเวลาครับ งานระดับนี้มักจะได้รับความสนใจจากคนในพื้นที่สูงมากครับ ผมแนะนำว่าควรไปช่วงเช้าที่งานเพิ่งเปิดจะดีที่สุดครับ เพราะคุณจะได้มีโอกาสคุยกับเชฟหรือผู้เชี่ยวชาญที่คอยให้ข้อมูลตามจุดต่างๆ ได้อย่างเต็มที่เหมือนที่ผมได้รับคำแนะนำมาครับ ผมเองก็ได้เคล็ดลับการดูความสดของวัตถุดิบที่ใช้ในครัวจีนมาเพียบเลยครับ
การได้รับเชิญให้มาร่วมงาน Sichuan Cuisine Cooking Event Chengdu 遇见成都 ในครั้งนี้ไม่ได้แค่ทำให้ผมอิ่มใจไปกับความสวยงามของวัฒนธรรมจีนเท่านั้นครับ แต่มันทำให้ผมมองเห็นคุณค่าของอาหารในฐานะสื่อกลางที่บอกเล่าตัวตนของคนในแต่ละท้องถิ่นได้ชัดเจนที่สุดครับ ยิ่งในฐานะนักศึกษาไทยที่อยู่ไกลบ้านในช่วงที่เทศกาลไหว้พระจันทร์กำลังจะมาถึง ความรู้สึกที่ว่าอาหารคือบ้านยิ่งชัดเจนขึ้นในความรู้สึกของผมครับ
แล้วเพื่อนๆ ละครับ มีเมนูไหนบ้างไหมที่พอได้กินแล้วรู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน หรือมีประสบการณ์การกินอาหารเสฉวนที่ไหนที่ประทับใจเป็นพิเศษบ้างครับ ลองพิมพ์คอมเมนต์มาแชร์ข้อมูลกันได้นะครับ ผมอยากรออ่านเรื่องราวจากมุมมองของทุกคนในฐานะเพื่อนที่แลกเปลี่ยนประสบการณ์กันครับ ขอบคุณที่ติดตามกันนะครับ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น